วิธีการดู ชุดเจ้าสาวสวย เราต้องให้คนอื่นมอง โดยมองผ่านๆ ตั้งแต่ช่วงศีรษะ คอ ไหล่ อก ข้อศอก เอว สะโพก แม้กระทั่งเท้า ต้องไม่มีช่วงไหนโดดเด่นขึ้นมา

เรียกว่ามองปรื้ดเดียว! สวยสมดุลกันไปหมด อย่าให้อะไรลอยเด่นขึ้นมาอันใดอันหนึ่ง จะ ชุดเจ้าสาวสวย ชุดไหนก็ตามที่สมดุลตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า นั่นคือ การแต่งตัวที่ประสบความสำเร็จนั่นเอง

ชุดเจ้าสาวสวย

“เราต้องดูผิวของเจ้าสาวก่อนว่าควรใช้สีอะไร ส่วนใหญ่ที่ใช้คือ สีงาช้าง กับชานอ้อย โดยจะเน้นเฉพาะผ้าใยธรรมชาติ คือ ไหมไทยเท่านั้น เราจะเน้นเรื่องคุณภาพ หน้าผ้าให้กว้างกว่าปกติแล้วนำมาตัดเย็บ คือพยายามทำอะไรให้มันคลาสสิกเท่านั้นเอง

ส่วนเจ้าบ่าวก็มานั่งมองถึงความสมดุลระหว่างเจ้าบ่าวเจ้าสาว และสถานที่ ซึ่งสถานที่ก็เป็นสิ่งสำคัญ ต้องถามก่อนเลยว่ามองเห็นวิวข้างนอกหรือเปล่า ถ้าเป็นห้องบอลรูม ส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหา แต่บางโรงแรมมืด ยิ่งไปใส่สีดำก็ยิ่งกลืนมืดหายไปเลย บางโรงแรมฝาผนังเป็นสีเขียว ทุกคนในงานใส่สูทสีดำกันหมดเลย ยิ่งทำให้งานดูมืดสนิท แถมไฟก็ไม่แรงด้วยอีกต่างหาก”

ยกตัวอย่าง งานแต่งสโมสรทหารเรือ วิวข้างนอกเป็นวัดพระแก้ว สวยสดงดงาม แต่ทุกคนใส่สูทสีดำ พอถ่ายรูปออกมาดูปุ้บ กลายเป็นกระสือกันลอยถ้วนหน้า ตัวมองไม่เห็นเลย ดังนั้นจึงแนะนำว่า หากเจอเคสสถานที่แบบนี้ให้ใส่สูทสีอ่อน หรือสีขาวไปเลยดีกว่า แต่หากเจ้าบ่าวเกิดหน้าไม่หล่อขั้นเทพ แต่ใฝ่ฝันอยากใส่สูทสีขาวงั้นคงต้องเครียดกันเบาๆหน่อยนะเพราะบอกว่า

“ข้อแม้ของสูทสีขาวคือ ถ้าผู้ชายไม่มีคิ้ว อย่าคิดจะใส่ และหากหน้าไม่หล่อ อย่าคิดใส่เด็ดขาด เพราะจะมีคนพูดเลยว่า “สูทหล่อ” อ้าว! ซะงั้น

“อยากเน้นให้คนไทยใส่สีเทา สีเบส ให้ผู้ชายไทยใส่ เพราะผู้ชายไทยบางคนตัวผอม เล็ก ผิวดำ ใส่สีดำจะไม่ขึ้น ยิ่งหากใส่ชุดทักซิโด้ยิ่งไม่ขึ้นเข้าไปใหญ่”

ส่วนการเลือกผ้านั้นมีหลักง่ายๆ

“หากรูปร่างเล็ก ผอม ควรเลือก เช่าชุดไทยแต่งงาน แบบผ้าพื้นที่เรียบ อย่ามีดีเทลเยอะแยะมากมายจะยิ่งทำให้ผอมเข้าไปใหญ่ หากตัวใหญ่ใส่ผ้าที่มีเท็กเจอร์ หรือผ้าที่มีลวดลาย เช่น ลูกไม้ กระหน่ำใส่ดีเทลไปเยอะๆ เพื่อบั่นทอนความตัวใหญ่ เราต้องแชร์ระหว่างแต่ละส่วนให้ลงตัว”

ห่วงการตัดสูทของชายไทย เผย 99% มือของผู้ชายไม่เท่ากัน

“มือขวาที่ถนัดมักจะยาวกว่ามือซ้าย ดังนั้นการซื้อสูทไม่ใช่เป็นเรื่องที่ง่ายเลย เชื่อเลยถึงจะไปซื้อสูทพวกแบรนด์ดังมา แต่เขาก็คงไม่ได้คำนึงถึงรายละเอียดความยาวของช่วงแขนที่ไม่เท่ากันหรอก ยากนะทำอย่างไรให้แขนของสูทคุณดูบาลานซ์ ไม่ใช่ว่าแขนเสื้อข้างขวาลอยเต่อ แต่ข้างซ้ายเห็นนิ้วโผล่มานิดเดียว จะคำนึงถึงตรงนี้มาก”
เกิดคำถามว่า ชุดเจ้าสาวที่ทุกคนเห็นนั้นช่างสวยงามราวกับเจ้าหญิง เขาแบ่งประเภท รูปทรงกันอย่างไร รบกวนชี้แจง

“ดีไซเนอร์เขาจะใช้คำว่า “ยุค” แทนการเรียกรูปทรงของชุดเจ้าสาว โดยเราจะดึงจากภาพอดีตมา ในยุคที่ผ่านมาจะเป็นยุคของรูปทรงเอไลน์ บอลลูน เยอะแยะไปหมด หรือตอนนี้เราจะเห็นการต่อใต้อก แล้วปล่อยชายผ้าไปเลย ซึ่งจะเหมาะกับคนผอมจะเรียกว่า “ยุคนโปเลียน” หากเป็นคอร์เซ็ท(Corsets)รัดติ้ว สำหรับคนที่อยากมีเอวจะเรียกว่า “ยุคเรเนซองส์” ส่วนทรงแบบต่อสะโพกแล้วย้วยๆ ข้างล่างเป็นผ้าระบาย คือ “ยุคสเปน” อีกทรงคือ “ยุคโซโล” จะมีเข็มขัดคาดตรงเอว เเล้วเป็นกระโปรงชั้นๆ ถี่ๆ สุดท้าย “ยุคกรีก” หรือโรมัน ยุคนี้จะเป็นเเขนกุด ไม่มีลูกไม้เลย จะมีเข็มขัดใต้อกแล้วปล่อยลงไปเลย จะแนะนำให้ลูกค้าใส่ในเคสของการแต่งงานแบบเอาท์ดอร์ ชายทะเล หรือเป็นลักษณะที่ไม่แกรนด์มาก”

ดังนั้น จะไม่ถามถึงเรื่องรูปทรง แต่จะถามเจ้าสาวว่าจะใส่ยุคไหน และเลือกยุคนั้นมาตัดชุดให้เข้ากับรูปร่าง หรือหากเลือกเองไม่ได้ จะแนะนำว่าควรจะเป็นยุคไหน

“ลูกค้ามักชอบถามว่า ทำไมชุดเรียบ ดีเทลไม่เยอะ” เพราะอะไร มีอุ๋ยมีคำตอบในแบบศิลปินด้วยว่า

“ไม่ใช่ว่า ชุดเจ้าสาวแบบไหนฮิต ก็แห่ประโคมใส่กันไปหมด อย่างยุคโรมันฮิตก็โรมันหมด เราต้องให้ชุดของเราเป็นไฟนอล (Final)ไฟนอล คือระยะเวลาที่ผ่านไปแล้ว ทุกอย่างเข้ามาจบ ชื่นชอบ ณ แค่ตรงนี้ ยุคที่ผ่านมาจบที่เกาะอกเอไลน์ งั้นไฟนอลเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว เจ้าสาวทุกคนจะจบที่เกาะอกเอไลน์หมด ไม่มีดีเทลอย่างอื่นเลย แล้วจะมาเริ่มนับคำว่ายุคนี้ใหม่ขึ้นมา

ดังนั้นจะใส่อะไรอย่าเพิ่งรีบร้อน ต้องคิดว่าเมื่อใส่แล้วอีก 4 ปีข้างหน้ามันต้องคลาสสิก มันต้องจบ เพราะคนใส่ทั่วโลก”

ถึงว่าชุดส่วนใหญ่ เน้น ความคลาสสิก เรียบ โก้ มีที่มาแบบนี้นี่เอง แต่ไม่ใช่ว่า จะเนรมิตชุดเจ้าสาวแบบเปรี้ยวเฉี่ยวไม่ได้ซะที่ไหนกันล่ะ

“ชุดสั้นก็เคยทำ ย้อนหลังไปเมื่อ 16 ปีที่แล้ว คือชุดสั้นยาวในตัวเดียวกัน แล้วก็แคบบานในตัวเดียวกัน 16 ปีที่แล้ว ค่อนข้างจะฮือฮามาก ตอนนั้นชุดเจ้าสาวในเมืองไทยแบบสั้นยังไม่มีใครทำ ทำออกมาชุดข้างในเป็นเกาะอกสั้น ข้างนอกเป็นเสื้อคลุม เท่ากับว่าสั้นยาวในตัวเดียวกัน ”

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้