และแล้ว ก็มาถึงจุดไคลแมกซ์ในตอน ” ชุดเจ้าสาว ” หลังจากบ่มเพาะบิวตี้กันมาทุกขั้นตอนทุกรายละเอียด เพื่อเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว เพราะชุดเจ้าสาวเป็นหนึ่งสิ่งสำคัญที่ขาดเสียไม่ได้ในงานวิวาห์

มีมั้ย! เจ้าสาวที่จะไมใส่ ชุดเจ้าสาว แต่จะลากหูหนีบคีบแตะ สวมกางเกงขาสั้น เสื้อยืด ในวันสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต งานแต่งงานของคุณมันไม่ได้มีกันบ่อยๆ ไม่ใช่ว่าพลาดงานนี้ ไปแก้ตัวงานหน้าหรอกนะ

ชุดเจ้าสาว

แล้วจะเลือกชุดแบบไหน อย่างไรให้เข้ากับเจ้าสาวซึ่งมีรูปร่างแตกต่างกันไป อาจฟังดูแล้วเป็นโจทย์ให้ขบคิดง่ายๆ แต่จะมีคนรู้ลึกถึงรากเหง้าแก่นแท้ชุดเจ้าสาวสักกี่คนเชียว

แต่เราได้กอบโกยคำแนะนำเหล่านั้นอย่างครบเครื่องถี่ยิบแล้วค่ะ จาก คุณอุ๋ย-อภิชาต ชาติวานนท์ เจ้าของร้านปีเตอร์ เคลลี่ (Peter Kelly) ผู้อยู่เบื้องหลังชุดวิวาห์สวยสดเกินจินตนาการมากว่า 30 ปีโดยเน้นสไตล์ “เรียบ โก้ คลาสสิก”

แล้วก่อนจะออกแบบตัดชุดเจ้าสาว เหล่าบรรดาดีไซเนอร์ ช่างตัดเย็บเขาต้องคำนึง หรือมองข้อดี ข้อด้อยอะไรผ่านตัวเจ้าสาวบ้างล่ะคะ

“ถ้าเกิดลูกค้าเข้ามาหา จะคุยเรื่องของโครงสร้างของเจ้าสาวก่อน สถานที่ และบรรยากาศในงาน และถามว่าธีม (theme) งานเป็นแบบไหน โดยมากพวกทีม wedding planner จะเป็นคนคิดธีม ใช้สีโน้นสีนี้ ฉะนั้นเจ้าบ่าว เจ้าสาว จะมานั่งกังวลว่าจะใส่สีอะไรเพื่อให้เข้าสีธีมของงาน บอกได้เลยว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องโทนสี ชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นสีกลางอยู่แล้ว

แต่เราต้องมาจัดการอย่างไรกับพวกดอกไม้ ผ้าปูโต๊ะ หรือองค์ประกอบอื่นๆ ภายในงาน เพื่อจะมาช่วยเสริมเราให้ out standding ออกมา ให้ตัวเราเป็นจุดเด่นจะดีกว่า”

ร้านชุดเจ้าสาวในกรุงเทพ อยากจะแนะคู่บ่าวสาวให้เลี่ยงทำตัวเป็นเด็กนักเรียนเห่อช่วงกีฬาสี ต้องใส่สีที่โรงเรียนบังคับเท่านั้น หรือชุดเจ้าสาวเป็นสีครีม ชุดเจ้าบ่าวจะต้องมีอะไรที่เป็นสีครีมในตัวด้วย เป็นต้น

“สีขาว ครีม ชานอ้อย คือ สีกลางของฝ่ายเจ้าสาว ส่วนเจ้าบ่าว คือ สีดำ ขาว เทา เบส หลีกเลี่ยงการแต่งตัวที่เป็นนักเรียน ต้องเอาส่วนใดส่วนหนึ่งของอีกคนมาใส่สีเดียวกัน เอาส่วนของเจ้าสาวมาใส่ในตัวของเจ้าบ่าว มันเหมือนนักเรียน งานโรงเรียนอนุบาล ซึ่งตรงนี้พยายามจะเปลี่ยนค่านิยม หรือความกลัวไป ถือเอาความถูกต้องของการสวมใส่ให้ตรงกับเวลา สถานที่ เป็นหลักดีกว่า”

“การจัดธีมของงานเราต้องมามองถึงภาพโดยรวม เพื่อทำให้ช่างภาพถ่ายรูปได้ง่าย สวยขึ้น เหมือนคนทำภาพยนตร์ เขาจะตั้งธีมเลยว่า ธีมขาว ดำ แดง ม่วง เขียว ส้ม เทา ฟ้า เหลือง เราต้องทำให้เหมือนเป็นภาพยนตร์ ทำอย่างไรให้ภาพดูสวย ดังนั้นองค์ประกอบของสี และตัวเจ้าบ่าว เจ้าสาวเอง รวมถึงบรรยากาศในงาน หรือชุดของแขกที่ใส่มาร่วมในงาน เมื่อรวมตัวผสมกันเราจะมองเห็นเป็นภาพแล้วจะเกิดมิติ ซึ่งจะทำให้ภาพนั้นสวยขึ้น มากกว่าเป็นกีฬาสีทั้งงาน โทนสีเดียวกันหมด แต่สิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดต้องทำอย่างไรให้คู่บ่าวสาวโดดเด่นเหนือองค์ประกอบทั้งหมดมากกว่า”

“แก้รูปร่างก่อนเลย ชุดอาจจะไม่สวย แต่เอารูปร่างเจ้าสาวสวยไว้ก่อน หลายคนไปคิดว่าจะเอาชุดสวยแต่รูปร่างไม่สวย ว่า word มันหายไปนะ สิ่งที่ทำมาเหนื่อยเลย ลูกค้าใส่ชุดแล้วยังคงเห็นหัวโต ไหล่แคบอยู่” กำชับ อย่าพะวงเรื่องชุดจะไม่สวย แก้รูปร่างตัวเองให้แจ่มพริ้งนิ้งก่อนดีกว่า

“เจ้าสาวมักจะมองว่า คนนั้นใส่สวย คนนี้ใส่สวย แต่ลืมไปว่า ตัวเรามีจุดบกพร่อง น้อยคนจะมีสรีระที่สมบูรณ์แบบ ขนาดนางแบบยังไม่เพอร์เฟกต์เลย ในเมื่อตัวเราไม่ใช่นางแบบ เราก็ต้องดูว่าเราผิดปกติตรงไหนบ้าง โดยเริ่มจากศีรษะก่อนว่าโตไหม สาเหตุของการที่ศีรษะดูโต เพราะไหล่เราเล็ก หน้าอกไม่มี วิธีแก้ที่จะทำให้ศีรษะไม่โต คือ สร้างดีเทล (detail) ของไหล่ขึ้นมาให้ชัดขึ้น หรืออาจจะไม่จำเป็นต้องไหล่ก็ได้ อาจจะสร้างดีเทลของหน้าอกให้ชัดขึ้น แล้วลิงค์จากดีเทลตรงนั้นไปถึงไหล่ ให้ความรู้สึกไปถึงไหล่ มันจะลดสัดส่วนของศีรษะให้บาลานซ์ (balance)”

นั่นคือการแก้ไขเจ้าสาวหัวโต แต่หน่มหน้มไซส์จิ๋ว ตรงกันข้ามหากหัวเล็ก ไหล่ใหญ่ อกบิ๊กบึ้ม ล่ะ

“กรณีเจ้าสาวที่ไหล่กว้าง หน้าอกใหญ่ หัวเล็ก เราต้องลดดีเทลของไหล่ หรือหันไปใส่เกาะอกเลย ส่วนหน้าอกก็ไม่ควรมีดีเทลมาก เพื่อจะลดบทบาทให้ดูไม่ใหญ่มาก”

เจ้าสาวส่วนใหญ่มีปัญหาสะโพกเล็ก เราต้องดึงดีเทลไปที่สะโพก ง่ายๆ ให้ลองนึกสี่เหลี่ยมคางหมู ถ้าข้างบนกว้าง ข้างล่างสั้น ข้างบนจะยิ่งดูกว้าง แต่ถ้าเราดึงฐานล่างยาวลงมาเรื่อยๆ ข้างบนก็จะดูแคบลง

“ส่วนคนหัวเล็ก เราต้องมาโฟกัสที่ศีรษะ วิธีแก้คือ ต้องใส่ต่างหูให้ชัด อาจจะมวยผมตรงช่วงท้ายทอยแล้วนำดอกไม้มาติดให้ศีรษะเด่นชัด ซึ่งเป็นการแก้หัวเล็กได้”

ผู้หญิงทุกคนล้วนปรารถนาอยากมีหุ่นเป็นนาฬิกาทราย นั่นหมายความว่า ไหล่กับสะโพกต้องเท่ากัน นี่คือ สรีระที่ผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝัน

“ไหล่เล็ก สะโพกใหญ่ เรียกว่า หุ่นพินโบว์ลิ่ง และหุ่นที่ไหล่ใหญ่ สะโพกเล็ก เรียกว่าตัวรางวัลออสการ์ คือไหล่ใหญ่ แต่ก้นกลับไม่มีเลย” นี่คือคำจำกัดความของหุ่นที่เรียกว่าผิดปกติ ไม่สมส่วนของ แต่ทุกอย่างอำพรางได้

“หากไหล่เราชัด แต่สะโพกเล็ก ก็ทำให้สะโพกชัดซะ เช่นเดียวกัน ถ้าสะโพกชัด ไหล่ไม่ชัด ก็ทำให้ไหล่ชัดซะ เพื่อให้เกิดความบาลานซ์เป็นนาฬิกาทราย อันนี้เป็นหลักง่ายๆ ในการคิด เปรียบเทียบตัวเราก่อน แล้วเวลาไปเปิดนิตยสาร หนังสือเลือกชุด จะได้รู้ว่าอันนี้ไม่ได้ อันนี้ได้นะ เพื่อให้เกิดความคิดที่ถูกขึ้นมา แล้วเอาไปปรึกษาดีไซเนอร์ทำชุดอีกที”

ให้ความรู้ถึงความสมดุลของสัดส่วนร่างกาย เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) ระบุไว้เรียบร้อยแล้ว ว่า เริ่มจากศีรษะ คอ ไหล่ ข้อศอก เอว สะโพก ข้อศอก ท่อนขา แม้กระทั่งถึงช่วงระหว่างขา น่องไปถึงหัวเข่า หลังจากหัวเข่าไปถึงเท้า ต้องมีความบาลานซ์ ลองสังเกตตัวเองดูง่ายๆ ข้อศอกของเรา ตรงกับเอวพอดีหรือเปล่า หากเรายืนแล้วข้อศอกเราตรงกับเอว นั่นคือ ความสมส่วน

“บางทีข้อศอกยาวกว่าเอว ซึ่งหาคนประเภทนี้ได้น้อย คนเหล่านี้คือคนไหล่ลาด ปัญหาจะเกิดถ้าสะโพกสูงเกินไป เขาเรียกว่า เอวสั้น ไหล่ลาด ลองสังเกตรูปร่างของคนเกาหลี ญี่ปุ่น หรือคนไทยบางคนที่มีเชื้อสายจีน ส่วนใหญ่จะเอวสั้น ดังนั้นจากเอวไปถึงต้นขาจะยาว”

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้