ในการเลือกชุดแต่งงาน ( Selection ) ชุดแต่งงานคนอ้วน เพื่อใช้ในการออกแบบชุด (Design ) และตลอดไปจนกระบวนการการตัดเย็บ ( cutting ) ให้เป็นรูปทรงนั้น ถือเป็นเค้าโครงหลัก ที่สำคัญมากสุดๆ ของตัวเสื้อผ้าชุดแต่งงาน ( Silhouette  หมายถึงภาพเงาของชุด เมื่อเราไม่สนใจดีเทล ) แต่ละตัว เพราะมันจะแสดงออก ในเรื่องของมิติ และความสูงของผู้ที่จะสวมใส่ คือหมายความว่า ใส่แล้วจะเป็นอย่างไง ไม่ว่าสูงขึ้น เตี้ยลง อ้วนขึ้น เป็นต้น

ในขณะที่แบบที่เลือกใช้ ( style ) จะแสดงถึงบุคคลิกลักษณะ ตลอดจนรสนิยม ของผู้เลือกใช้เสื้อผ้า รวมถึงทำให้เสื้อผ้าดูยูนิค ( unique ) มีรสนิยมไม่เหมือนใครๆ ชุดแต่งงานคนอ้วน ที่มีการตัด ที่ไม่เหมือนใครจะแตกต่าง ในรูปแบบของมัน

ชุดแต่งงานคนอ้วน

แฟชั่นการแต่งกายโลก ที่เกี่ยวพันธ์กับการแต่งตัว โดยเฉพาะเสื้อผ้าแนวชุดแต่งงาน มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวัน เราจะเห็นได้จาก การที่ดีไซน์เนอร์  ต่างๆ ไม่ว่า Reem Acra, Monique, Pronovias, Sharon Cunningham, San Patrick, La Sposa, Alfred Sung เจ้าพ่อ David Bridal และ เจ้ Vera Wang จะออกงานดีไซน์  กันมาเป็นซีซั่น กันเลย ก็ว่าได้ในปัจจุบัน เช่น ช่วงนี้เป็นช่วงฟลอล์ ปี 2008 นั้น เทรนด์ชุดแต่งงาน ( Wedding Trend ) การเลือกชุดที่ว่ามาแรง ก็จะเป็นแนวชุดแต่งงาน แบบที่เลือก ต้องเดรปไว้ก่อนจึงไม่ตกยุค เป็นต้น งานนี้แต่ละห้องเสื้อ อวกแตกหากตามเทรนด์ ก็ว่าได้

เราอาจงงอยู่กับแบบ ของการตัดเย็บที่มีอยู่บนแม็กกาซีน และตามเว็ปไซด์ต่างๆ แต่จริงๆแล้ว มิติการตัดชุดแต่งงาน ที่เหล่าดีไซน์เนอร์ทั่วโลก มักเลือกใช้กันบ่อยๆ สามารถสรุปได้ เป็นไม่กี่แบบหรอกไม่ว่าชุดอะไร แต่ก็จะแตกต่างกันไป และการนำมาใช้เมื่อใด ถูกกำหนดโดยรสนิยม และความนิยมในขณะนั้น ของสังคมเป็นหลัก ตามรูปที่ 1 ด้านล่าง โดยดีไซน์เนอร์อาจนำรูปร่างพื้นฐาน ( Basic shape ) เหล่านี้มาผสมกันเป็นเอกลักษณ์ ได้งานเด่นของตนเองก็มีเช่น Dior มีความสามารถมากๆในด้านนี้

ทั้งหมด เน้นให้เห็นว่า การเลือกแบบของการตัด มีผลต่อการเลือกชุด และการออกแบบชุด หากคุณเป็นดีไซน์เนอร์ อย่างไร จริงๆแล้วแนวการตัดจะมีผลสูงมาก แม้คนรอบด้านมองชุดในระยะไกลๆ นอกจากการตัด ( cutting ) แล้ว มิติยังจะมีผล มาจากส่วนปลีกย่อยอื่นด้วย อันได้แก่

ฝีเย็บที่ช่างเย็บ ใช้ในการเย็บเสื้อผ้านั้นๆว่า ตั้งมาห่างหรือถี่

สีผ้าเป็นอย่างไร ใช้ผ้าโทนไหน มีการสะท้อนแสง หรือดูดกลืน

คุณภาพผ้าทีใช้ เช่น หนา เบา หนัก หยาบ และการทิ้งตัวของผ้า เช่น ชีฟอง

การเลือกใช้โทนสีผ้า

การใช้ผ้าลวดลาย การสร้างผิวสัมผัส ( Texture ) การปักสร้างรูป ( Embroidery ) การใช้ผ้าลูกไม้ ( lace ) sequins และ pailettes, การทำ applique.

การตกแต่งพิเศษอื่นต่างๆ เช่น แนวตัดช่วงอกและคอ ( neckline shape ) การทำชายคลุม ( fringes and flounce ) พลีท ( pleats ) แนวตัดช่วงแขนเสื้อ ( sleeves )

โดยการตกแต่งจะเป็นตัวช่วยเน้น และสร้างภาพล่วงตา คล้ายเวลาเราเคย ถูกสอนเรื่อง การใส่เสื้อผ้าลายขวาง หรือลายตามแนวดิ่ง เพื่อให้ดูอ้วนหรือสูง คอนเซปเดียวกันกับเรื่องการเลือกชุดแต่งงานนี้

คงไม่ค่อยมีงานของดีไซน์เนอร์คนใด เน้นชุดแต่แนว cutting ลูกเดียว ไม่ใช้ตัวอื่นช่วยเลย ยกเว้นงานแนวเดรปนี่แหละ เพราะ   ถ้าเดรปล้วนๆแล้ว มันก็แทบไม่ต้องทำมาหากินเลย จึงบ่นปิดท้ายว่า อย่ามีแต่เจ้าสาวหัวอินเทรน มาขอแต่งาน เดรปไปใช้เลย อ้าวกลับมากับการเลือกชุดเบื่องต้นดีกว่า

นั่นหมายดวามว่า หลักการเลือกชุดแต่งงานและการออกแบบชุด หรือดีไซน์ชุดแต่งงาน คือ เลือกแนว cutting ให้ได้เป็นหลักก่อน ว่า คอนเซปจะต้องการ ลุคคนใส่แบบใด เพราะผู้ใส่ไม่ได้ไปเดินบน catwalk โดยมีทรวดทรงได้เสปคเสียทุกคน ทำการวัดตัว สร้างแพทเทิ่น บนกระดาษ แล้วจึง เน้นงานตกแต่ง ด้วยสิ่งต่างๆ เช่า ที่กล่าวมา ผสมผสานรวมกัน เป็นลุคของชิ้นงาน ที่ผู้สวมใส่จะได้รับชื่นชม โดยสมใจกับ

ใส่แล้ว สวย หวานขึ้น มั่นใจ

ใส่แล้ว สูง ผอมขึ้น ทรงเล็ก ทรงใหญ่

รวมถึงการปกปิด ข้อบกพร่องของผู้สวมใส่ที่ต้องการ ซึ่งมันก็อยู่ที่ เรามีความรู้ในการเลือกชุดแต่งงานไหมแหละ ถ้าไม่มีก็สามารถที่จะเลือก เช่าชุดไทยแต่งงาน แทนได้เหมือนกัน

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้