พิธีแต่งงานแบบจีนโดยคำเเนะนำจากร้าน  ชุดแต่งงานคนอ้วน  จะทำให้ลืมไปเลยว่ายุ่งยากจะหายไป เราย่อมาให้อ่านแบบเข้าใจง่ายๆ ให้แล้วพิธีแต่งงานแบบจีน ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป เพราะหลังจากที่ เตรียมตัว เตรียมของ ไปหาฤกษ์แต่งงานกัน!

      ร้าน ชุดแต่งงานคนอ้วน  หลังพิธีเรียบร้อยแล้ว เราได้ช่วยคุณให้เตรียมพร้อมกับงานแต่งที่จะเกิดขึ้นด้วยบทสรุปสั้นๆ ที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายๆ กับ 5 วัน 6 พิธี แต่งงานแบบจีนไม่มีพลาด ที่แค่จัดตามและทำตามก็เข้าสู่ครอบครัวใหม่ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

1. วันสู่ขอ
                      สิ่งสำคัญที่ขอย้ำกับฝ่ายชายก็คือ ในวันสู่ขอ “อย่าไปมือเปล่า” คุณควรมีของฝากติดไม้ติดมือไปมอบให้กับผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวด้วย ไม่ว่าจะเป็นกระเช้าผลไม้ ตะกร้าขนม หรือเครื่องดื่มสุขภาพ เช่น รังนกหรือซุปไก่สกัดก็ได้เช่นกัน แบบนี้จะช่วยให้ผู้ใหญ่ท่านเอ็นดูได้มาก
                     วันแรกของการเตรียมตัวก้าวเข้าสู่ชีวิตคู่ของหนุ่มสาว โดยในวันนี้ฝ่ายชายจะพาพ่อ แม่ แม่สื่อ (ถ้ามี) และเถ้าแก่เดินทางไปที่บ้านฝ่ายหญิงเพื่อแจ้งกำหนดการพิธีแต่งงานต่างๆ ให้ทราบโดยทั่วกัน จากนั้นก็จะตกลงเรื่องความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในวันพิธีต่างๆ เนื่องจากธรรมเนียมแต่งงานแบบจีนจัดกันหลายวัน ทางฝ่ายหญิงและฝ่ายชายจำเป็นต้องคุยกันให้เรียบร้อยว่าใครจะดูแลค่าใช้จ่ายในพิธีไหน วันใดบ้าง และเมื่อตกลงกันเสร็จเรียบร้อย ทั้งสองฝ่ายก็ต้องจัดเตรียมสิ่งของที่จะใช้ในวันพิธี ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็มีสิ่งของที่ต้องเตรียมไม่เหมือนกัน ใครเป็นฝ่ายเจ้าสาวตามไปอ่านที่ เช็คลิสต์! ของแต่งงานจีนเจ้าสาวต้องเตรียม ได้เลยค่ะ ส่วนฝ่ายเจ้าบ่าวก็มีให้คุณได้อ่านเหมือนกันกับเช็คลิสต์! ของแต่งงานจีนเจ้าบ่าวต้องเตรียม

2. วันพิธี
                    พอมาถึงตอนนี้หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วพิธีสวมแหวนหายไปไหน? ต้องขอบอกก่อนว่า ตามธรรมเนียมจีนขนานแท้แล้วจะไม่มีพิธีสวมแหวน พิธีหมั้น และการนับสินสอดค่ะ แต่ถ้าบ้านไหนอยากให้มีพิธีเหล่านี้ หรือฝ่ายได้ฝ่ายหนึ่งเป็นครอบครัวคนไทยที่ต้องมีพิธีข้างต้น ก็สามารถแทรกไว้ก่อนที่จะมอบเครื่องขันหมากตามประเพณีจีนได้เช่นกัน
                    เมื่อถึงฤกษ์ยามตามที่ซินแสบอกมาแล้ว ให้เจ้าบ่าวเคลื่อนขบวนขันหมากตรงดิ่งไปที่บ้านเจ้าสาวได้เลย ถึงแล้วก็ให้นำเครื่องขันหมากที่ต่างฝ่ายต่างเตรียมไว้มามอบให้แก่กัน โดยฝ่ายเจ้าสาวจะต้องมอบเอี๊ยมแดงและส้มเช้ง ที่เตรียมไว้ พร้อมกับคืนขนมแต่งงานครึ่งหนึ่งกลับไปให้ฝ่ายเจ้าบ่าว ส่วนฝ่ายเจ้าบ่าวก็จะต้องมอบ ปิ่นทอง (ปิ่นยู่อี่) ไว้ให้เจ้าสาว เพื่อให้เธอได้ใช้ปักผมในวันพิธีรับตัวเจ้าสาว (วันส่งตัวเจ้าสาวนั่นแหละ)

3. เช้าวันแรกที่บ้านฝ่ายชาย
                    หลังจากเข้าหอในตอนกลางคืนเรียบร้อยแล้ว เมื่อตื่นเช้ามาในวันแรกเจ้าสาวจะต้องใส่รองเท้าเกี๊ยะพร้อมกับถืออ่างน้ำไปให้พ่อแม่ของเจ้าบ่าวล้างหน้า เพราะถือกันว่าเจ้าสาวจะต้องตื่นแต่เช้าเป็นแม่บ้านแม่เรือนที่ดี และยังต้องกตัญญูปรนนิบัติพ่อแม่สามีให้เหมือนกับพ่อแม่ของตัวเองด้วย

 

“ร้าน  เช่าชุดไทยแต่งงาน  พูดถึงประเพณีแต่งงานแบบจีนนั้นค่อนข้างที่จะมีรายละเอียดซับซ้อน และใช้เวลาหลายวัน สลับไปบ้านเจ้าสาวทีบ้านเจ้าบ่าวที แบบนี้อาจทำให้หลายคู่รักเกิดความสับสน แต่อย่างไรก็ตามพิธีต่างๆ ก็สามารถปรับให้เหมาะสมกับวันและเวลา รวมถึงความสะดวกของทั้งสองครอบครัวได้เช่นกัน ลูกหลานเชื้อสายจีนคนไหนที่กำลังจะแต่งงานก็สามารถทำตามขั้นตอนเหล่านี้ได้เลยจ้า”

 

4. พิธียกน้ำชาที่บ้านเจ้าบ่าว
               เมื่อขบวนรถมาถึงบ้านเจ้าบ่าวแล้ว ทั้งคู่จะต้องไหว้เทพยดาฟ้าดิน เจ้าที่ และบรรพบุรุษของฝ่ายเจ้าบ่าวเพื่อบอกกล่าวให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์รับรู้ว่าจะมีสมาชิกใหม่มาเพิ่มในครอบครัวอีกหนึ่งคน จากนั้นจึงทำพิธียกน้ำชาให้กับพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าว ต่อด้วยการผลัดกันป้อนผลัดกันทานขนมอี๋อีกครั้งหนึ่งเป็นอันเสร็จพิธี

5. วันส่งตัวเจ้าสาว
ในวันส่งตัวเจ้าสาววันเดียวต้องทำพิธีกันทั้งในบ้านเจ้าสาวและบ้านเจ้าบ่าว รวมแล้วเบ็ดเสร็จมีทั้งหมด 2 พิธีด้วยกัน
พิธีส่งตัวเจ้าสาว (พิธีรับตัว) ที่บ้านเจ้าสาว
                พิธีส่งตัวเจ้าสาวหรือรับตัวเจ้าสาวตามประเพณีจีนมักจะทำกันตอนกลางคืน โดยเริ่มต้นที่บ้านเจ้าสาวก่อน ในคืนนั้นเจ้าสาวจะต้องแต่งกายสวยงาม ปักปิ่นทอง (ปิ่นยู่อี่ที่เจ้าบ่าวมอบให้) และแซมใบทับทิมลงบนผม (ส่วนใหญ่คนที่ปักปิ่นและแซมใบทับทิมจะเป็นแม่เจ้าสาวทำให้) จากนั้นไหว้เทพยดาฟ้าดิน เจ้าที่เจ้าทาง และบรรพบุรุษ เสร็จแล้วจึงรับประทานอาหารมงคลอันมีวัสถุดิบประกอบ 10 อย่างคือ วุ้นเส้น เส้นหมี่ หรือบะหมี่, เห็ดหอม, ผักกุ่ยช่าย, ผักเกาฮะไฉ่, หัวใจหมู, ไส้หมู-กระเพาะหมู, ตับ, ปลา, ปู และไก่ ที่พ่อและแม่ป้อนให้ พร้อมฟังคำอวยพรซึ่งเป็นความหมายของอาหารมงคลจากท่านทั้งสอง จากนั้นเจ้าสาวก็ถือพัดแดงนั่งรอเจ้าบ่าวมารับสวยๆ
                ส่วนฝ่ายเจ้าบ่าวต้องเตรียมรถมารับเจ้าสาวด้วยการผูกโบว์สีชมพูหน้ารถ พร้อมกับเตรียมช่อดอกไม้ไว้มอบให้เจ้าสาว เมื่อถึงฤกษ์เวลาที่กำหนดไว้ก็ให้ออกเดินทางไปรับเจ้าสาว (พ่อแม่เจ้าบ่าวให้รออยู่ที่บ้านห้ามออกมาจนกว่าจะถึงพิธียกน้ำชา) พอถึงบ้านเจ้าสาวแล้วต้องเดินฝ่าด้านกั้นประตูโดยมี “เล่าตั๊ว” (พี่เลี้ยงหรือเถ้าแก่) คอยแจกอั่งเปาให้กับญาติเจ้าสาวที่มายืนกั้นประตู
               เมื่อบ่าวสาวพบหน้ากันแล้วทั้งคู่จะต้องลงมาทานขนมอี๋สีชมพูด้วยกัน โดยผลัดกันป้อนผลัดกันทานจนหมดถ้วย หรือบางบ้านอาจให้ทั้งคู่นั่งทานอาหารมงคล 10 อย่างก่อนลาพ่อแม่เจ้าสาวเพื่อขึ้นรถไปสู่บ้านเจ้าบ่าว ขั้นตอนนี้บางครอบครัวจะเชิญเจ้าสัวฐานะดีและมีชีวิตครอบครัวสมบูรณ์ 4 คนมาช่วยส่งตัวเจ้าสาวขึ้นรถ โดยเจ้าสัวคนที่หนึ่งจะจูงมือเจ้าสาวขึ้นรถ คนที่สองคอยเปิดประตูรถให้ คนที่สามกล่าวคำอวยพร และคนที่สี่จะใช้กิ่งทับทิมพรมน้ำมนต์ลงบนรถแต่งงาน และเมื่อขึ้นรถไปแล้วเจ้าสาวห้ามเหลียวกลับมามองบ้านเป็นอันขาด ส่วนในรถแต่งงานจะประกอบไปด้วยญาติผู้ชายถือตะเกียงนำขบวน ซึ่งเป็นเคล็ดโบราณเพื่อให้คู่รักมีลูกชายสืบสกุล รวมไปทรัพย์สินและของใช้ส่วนตัวที่พ่อแม่เจ้าสาวมอบให้ด้วย

 

หากสนใจ ที่จะเช่าชุดแต่งงานสามารถ ติดต่อสอบถามได้ที่ 88imagestudio