FOLLOW US
สาขาพาหุรัด 086-478-7849
สาขานวมินทร์ 092-6925566

Skip to Content

Category Archives: Uncategorized

สิ่งที่ ต้องคำนึงก่อนตัดหรือเช่า ชุดเจ้าสาวสวย เพื่อให้ออกมาสวยสมตัวในวันงานจริง ตอนที่ 2

วิธีการดู ชุดเจ้าสาวสวย เราต้องให้คนอื่นมอง โดยมองผ่านๆ ตั้งแต่ช่วงศีรษะ คอ ไหล่ อก ข้อศอก เอว สะโพก แม้กระทั่งเท้า ต้องไม่มีช่วงไหนโดดเด่นขึ้นมา

เรียกว่ามองปรื้ดเดียว! สวยสมดุลกันไปหมด อย่าให้อะไรลอยเด่นขึ้นมาอันใดอันหนึ่ง จะ ชุดเจ้าสาวสวย ชุดไหนก็ตามที่สมดุลตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า นั่นคือ การแต่งตัวที่ประสบความสำเร็จนั่นเอง

ชุดเจ้าสาวสวย

“เราต้องดูผิวของเจ้าสาวก่อนว่าควรใช้สีอะไร ส่วนใหญ่ที่ใช้คือ สีงาช้าง กับชานอ้อย โดยจะเน้นเฉพาะผ้าใยธรรมชาติ คือ ไหมไทยเท่านั้น เราจะเน้นเรื่องคุณภาพ หน้าผ้าให้กว้างกว่าปกติแล้วนำมาตัดเย็บ คือพยายามทำอะไรให้มันคลาสสิกเท่านั้นเอง

ส่วนเจ้าบ่าวก็มานั่งมองถึงความสมดุลระหว่างเจ้าบ่าวเจ้าสาว และสถานที่ ซึ่งสถานที่ก็เป็นสิ่งสำคัญ ต้องถามก่อนเลยว่ามองเห็นวิวข้างนอกหรือเปล่า ถ้าเป็นห้องบอลรูม ส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหา แต่บางโรงแรมมืด ยิ่งไปใส่สีดำก็ยิ่งกลืนมืดหายไปเลย บางโรงแรมฝาผนังเป็นสีเขียว ทุกคนในงานใส่สูทสีดำกันหมดเลย ยิ่งทำให้งานดูมืดสนิท แถมไฟก็ไม่แรงด้วยอีกต่างหาก”

ยกตัวอย่าง งานแต่งสโมสรทหารเรือ วิวข้างนอกเป็นวัดพระแก้ว สวยสดงดงาม แต่ทุกคนใส่สูทสีดำ พอถ่ายรูปออกมาดูปุ้บ กลายเป็นกระสือกันลอยถ้วนหน้า ตัวมองไม่เห็นเลย ดังนั้นจึงแนะนำว่า หากเจอเคสสถานที่แบบนี้ให้ใส่สูทสีอ่อน หรือสีขาวไปเลยดีกว่า แต่หากเจ้าบ่าวเกิดหน้าไม่หล่อขั้นเทพ แต่ใฝ่ฝันอยากใส่สูทสีขาวงั้นคงต้องเครียดกันเบาๆหน่อยนะเพราะบอกว่า

“ข้อแม้ของสูทสีขาวคือ ถ้าผู้ชายไม่มีคิ้ว อย่าคิดจะใส่ และหากหน้าไม่หล่อ อย่าคิดใส่เด็ดขาด เพราะจะมีคนพูดเลยว่า “สูทหล่อ” อ้าว! ซะงั้น

“อยากเน้นให้คนไทยใส่สีเทา สีเบส ให้ผู้ชายไทยใส่ เพราะผู้ชายไทยบางคนตัวผอม เล็ก ผิวดำ ใส่สีดำจะไม่ขึ้น ยิ่งหากใส่ชุดทักซิโด้ยิ่งไม่ขึ้นเข้าไปใหญ่”

ส่วนการเลือกผ้านั้นมีหลักง่ายๆ

“หากรูปร่างเล็ก ผอม ควรเลือก เช่าชุดไทยแต่งงาน แบบผ้าพื้นที่เรียบ อย่ามีดีเทลเยอะแยะมากมายจะยิ่งทำให้ผอมเข้าไปใหญ่ หากตัวใหญ่ใส่ผ้าที่มีเท็กเจอร์ หรือผ้าที่มีลวดลาย เช่น ลูกไม้ กระหน่ำใส่ดีเทลไปเยอะๆ เพื่อบั่นทอนความตัวใหญ่ เราต้องแชร์ระหว่างแต่ละส่วนให้ลงตัว”

ห่วงการตัดสูทของชายไทย เผย 99% มือของผู้ชายไม่เท่ากัน

“มือขวาที่ถนัดมักจะยาวกว่ามือซ้าย ดังนั้นการซื้อสูทไม่ใช่เป็นเรื่องที่ง่ายเลย เชื่อเลยถึงจะไปซื้อสูทพวกแบรนด์ดังมา แต่เขาก็คงไม่ได้คำนึงถึงรายละเอียดความยาวของช่วงแขนที่ไม่เท่ากันหรอก ยากนะทำอย่างไรให้แขนของสูทคุณดูบาลานซ์ ไม่ใช่ว่าแขนเสื้อข้างขวาลอยเต่อ แต่ข้างซ้ายเห็นนิ้วโผล่มานิดเดียว จะคำนึงถึงตรงนี้มาก”
เกิดคำถามว่า ชุดเจ้าสาวที่ทุกคนเห็นนั้นช่างสวยงามราวกับเจ้าหญิง เขาแบ่งประเภท รูปทรงกันอย่างไร รบกวนชี้แจง

“ดีไซเนอร์เขาจะใช้คำว่า “ยุค” แทนการเรียกรูปทรงของชุดเจ้าสาว โดยเราจะดึงจากภาพอดีตมา ในยุคที่ผ่านมาจะเป็นยุคของรูปทรงเอไลน์ บอลลูน เยอะแยะไปหมด หรือตอนนี้เราจะเห็นการต่อใต้อก แล้วปล่อยชายผ้าไปเลย ซึ่งจะเหมาะกับคนผอมจะเรียกว่า “ยุคนโปเลียน” หากเป็นคอร์เซ็ท(Corsets)รัดติ้ว สำหรับคนที่อยากมีเอวจะเรียกว่า “ยุคเรเนซองส์” ส่วนทรงแบบต่อสะโพกแล้วย้วยๆ ข้างล่างเป็นผ้าระบาย คือ “ยุคสเปน” อีกทรงคือ “ยุคโซโล” จะมีเข็มขัดคาดตรงเอว เเล้วเป็นกระโปรงชั้นๆ ถี่ๆ สุดท้าย “ยุคกรีก” หรือโรมัน ยุคนี้จะเป็นเเขนกุด ไม่มีลูกไม้เลย จะมีเข็มขัดใต้อกแล้วปล่อยลงไปเลย จะแนะนำให้ลูกค้าใส่ในเคสของการแต่งงานแบบเอาท์ดอร์ ชายทะเล หรือเป็นลักษณะที่ไม่แกรนด์มาก”

ดังนั้น จะไม่ถามถึงเรื่องรูปทรง แต่จะถามเจ้าสาวว่าจะใส่ยุคไหน และเลือกยุคนั้นมาตัดชุดให้เข้ากับรูปร่าง หรือหากเลือกเองไม่ได้ จะแนะนำว่าควรจะเป็นยุคไหน

“ลูกค้ามักชอบถามว่า ทำไมชุดเรียบ ดีเทลไม่เยอะ” เพราะอะไร มีอุ๋ยมีคำตอบในแบบศิลปินด้วยว่า

“ไม่ใช่ว่า ชุดเจ้าสาวแบบไหนฮิต ก็แห่ประโคมใส่กันไปหมด อย่างยุคโรมันฮิตก็โรมันหมด เราต้องให้ชุดของเราเป็นไฟนอล (Final)ไฟนอล คือระยะเวลาที่ผ่านไปแล้ว ทุกอย่างเข้ามาจบ ชื่นชอบ ณ แค่ตรงนี้ ยุคที่ผ่านมาจบที่เกาะอกเอไลน์ งั้นไฟนอลเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว เจ้าสาวทุกคนจะจบที่เกาะอกเอไลน์หมด ไม่มีดีเทลอย่างอื่นเลย แล้วจะมาเริ่มนับคำว่ายุคนี้ใหม่ขึ้นมา

ดังนั้นจะใส่อะไรอย่าเพิ่งรีบร้อน ต้องคิดว่าเมื่อใส่แล้วอีก 4 ปีข้างหน้ามันต้องคลาสสิก มันต้องจบ เพราะคนใส่ทั่วโลก”

ถึงว่าชุดส่วนใหญ่ เน้น ความคลาสสิก เรียบ โก้ มีที่มาแบบนี้นี่เอง แต่ไม่ใช่ว่า จะเนรมิตชุดเจ้าสาวแบบเปรี้ยวเฉี่ยวไม่ได้ซะที่ไหนกันล่ะ

“ชุดสั้นก็เคยทำ ย้อนหลังไปเมื่อ 16 ปีที่แล้ว คือชุดสั้นยาวในตัวเดียวกัน แล้วก็แคบบานในตัวเดียวกัน 16 ปีที่แล้ว ค่อนข้างจะฮือฮามาก ตอนนั้นชุดเจ้าสาวในเมืองไทยแบบสั้นยังไม่มีใครทำ ทำออกมาชุดข้างในเป็นเกาะอกสั้น ข้างนอกเป็นเสื้อคลุม เท่ากับว่าสั้นยาวในตัวเดียวกัน ”

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

READ MORE

สิ่งที่ ต้องคำนึงก่อนตัดหรือเช่า ชุดเจ้าสาว เพื่อให้ออกมาสวยสมตัวในวันงานจริง ตอนที่ 1

และแล้ว ก็มาถึงจุดไคลแมกซ์ในตอน ” ชุดเจ้าสาว ” หลังจากบ่มเพาะบิวตี้กันมาทุกขั้นตอนทุกรายละเอียด เพื่อเตรียมตัวเป็นเจ้าสาว เพราะชุดเจ้าสาวเป็นหนึ่งสิ่งสำคัญที่ขาดเสียไม่ได้ในงานวิวาห์

มีมั้ย! เจ้าสาวที่จะไมใส่ ชุดเจ้าสาว แต่จะลากหูหนีบคีบแตะ สวมกางเกงขาสั้น เสื้อยืด ในวันสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต งานแต่งงานของคุณมันไม่ได้มีกันบ่อยๆ ไม่ใช่ว่าพลาดงานนี้ ไปแก้ตัวงานหน้าหรอกนะ

ชุดเจ้าสาว

แล้วจะเลือกชุดแบบไหน อย่างไรให้เข้ากับเจ้าสาวซึ่งมีรูปร่างแตกต่างกันไป อาจฟังดูแล้วเป็นโจทย์ให้ขบคิดง่ายๆ แต่จะมีคนรู้ลึกถึงรากเหง้าแก่นแท้ชุดเจ้าสาวสักกี่คนเชียว

แต่เราได้กอบโกยคำแนะนำเหล่านั้นอย่างครบเครื่องถี่ยิบแล้วค่ะ จาก คุณอุ๋ย-อภิชาต ชาติวานนท์ เจ้าของร้านปีเตอร์ เคลลี่ (Peter Kelly) ผู้อยู่เบื้องหลังชุดวิวาห์สวยสดเกินจินตนาการมากว่า 30 ปีโดยเน้นสไตล์ “เรียบ โก้ คลาสสิก”

แล้วก่อนจะออกแบบตัดชุดเจ้าสาว เหล่าบรรดาดีไซเนอร์ ช่างตัดเย็บเขาต้องคำนึง หรือมองข้อดี ข้อด้อยอะไรผ่านตัวเจ้าสาวบ้างล่ะคะ

“ถ้าเกิดลูกค้าเข้ามาหา จะคุยเรื่องของโครงสร้างของเจ้าสาวก่อน สถานที่ และบรรยากาศในงาน และถามว่าธีม (theme) งานเป็นแบบไหน โดยมากพวกทีม wedding planner จะเป็นคนคิดธีม ใช้สีโน้นสีนี้ ฉะนั้นเจ้าบ่าว เจ้าสาว จะมานั่งกังวลว่าจะใส่สีอะไรเพื่อให้เข้าสีธีมของงาน บอกได้เลยว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องโทนสี ชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นสีกลางอยู่แล้ว

แต่เราต้องมาจัดการอย่างไรกับพวกดอกไม้ ผ้าปูโต๊ะ หรือองค์ประกอบอื่นๆ ภายในงาน เพื่อจะมาช่วยเสริมเราให้ out standding ออกมา ให้ตัวเราเป็นจุดเด่นจะดีกว่า”

ร้านชุดเจ้าสาวในกรุงเทพ อยากจะแนะคู่บ่าวสาวให้เลี่ยงทำตัวเป็นเด็กนักเรียนเห่อช่วงกีฬาสี ต้องใส่สีที่โรงเรียนบังคับเท่านั้น หรือชุดเจ้าสาวเป็นสีครีม ชุดเจ้าบ่าวจะต้องมีอะไรที่เป็นสีครีมในตัวด้วย เป็นต้น

“สีขาว ครีม ชานอ้อย คือ สีกลางของฝ่ายเจ้าสาว ส่วนเจ้าบ่าว คือ สีดำ ขาว เทา เบส หลีกเลี่ยงการแต่งตัวที่เป็นนักเรียน ต้องเอาส่วนใดส่วนหนึ่งของอีกคนมาใส่สีเดียวกัน เอาส่วนของเจ้าสาวมาใส่ในตัวของเจ้าบ่าว มันเหมือนนักเรียน งานโรงเรียนอนุบาล ซึ่งตรงนี้พยายามจะเปลี่ยนค่านิยม หรือความกลัวไป ถือเอาความถูกต้องของการสวมใส่ให้ตรงกับเวลา สถานที่ เป็นหลักดีกว่า”

“การจัดธีมของงานเราต้องมามองถึงภาพโดยรวม เพื่อทำให้ช่างภาพถ่ายรูปได้ง่าย สวยขึ้น เหมือนคนทำภาพยนตร์ เขาจะตั้งธีมเลยว่า ธีมขาว ดำ แดง ม่วง เขียว ส้ม เทา ฟ้า เหลือง เราต้องทำให้เหมือนเป็นภาพยนตร์ ทำอย่างไรให้ภาพดูสวย ดังนั้นองค์ประกอบของสี และตัวเจ้าบ่าว เจ้าสาวเอง รวมถึงบรรยากาศในงาน หรือชุดของแขกที่ใส่มาร่วมในงาน เมื่อรวมตัวผสมกันเราจะมองเห็นเป็นภาพแล้วจะเกิดมิติ ซึ่งจะทำให้ภาพนั้นสวยขึ้น มากกว่าเป็นกีฬาสีทั้งงาน โทนสีเดียวกันหมด แต่สิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดต้องทำอย่างไรให้คู่บ่าวสาวโดดเด่นเหนือองค์ประกอบทั้งหมดมากกว่า”

“แก้รูปร่างก่อนเลย ชุดอาจจะไม่สวย แต่เอารูปร่างเจ้าสาวสวยไว้ก่อน หลายคนไปคิดว่าจะเอาชุดสวยแต่รูปร่างไม่สวย ว่า word มันหายไปนะ สิ่งที่ทำมาเหนื่อยเลย ลูกค้าใส่ชุดแล้วยังคงเห็นหัวโต ไหล่แคบอยู่” กำชับ อย่าพะวงเรื่องชุดจะไม่สวย แก้รูปร่างตัวเองให้แจ่มพริ้งนิ้งก่อนดีกว่า

“เจ้าสาวมักจะมองว่า คนนั้นใส่สวย คนนี้ใส่สวย แต่ลืมไปว่า ตัวเรามีจุดบกพร่อง น้อยคนจะมีสรีระที่สมบูรณ์แบบ ขนาดนางแบบยังไม่เพอร์เฟกต์เลย ในเมื่อตัวเราไม่ใช่นางแบบ เราก็ต้องดูว่าเราผิดปกติตรงไหนบ้าง โดยเริ่มจากศีรษะก่อนว่าโตไหม สาเหตุของการที่ศีรษะดูโต เพราะไหล่เราเล็ก หน้าอกไม่มี วิธีแก้ที่จะทำให้ศีรษะไม่โต คือ สร้างดีเทล (detail) ของไหล่ขึ้นมาให้ชัดขึ้น หรืออาจจะไม่จำเป็นต้องไหล่ก็ได้ อาจจะสร้างดีเทลของหน้าอกให้ชัดขึ้น แล้วลิงค์จากดีเทลตรงนั้นไปถึงไหล่ ให้ความรู้สึกไปถึงไหล่ มันจะลดสัดส่วนของศีรษะให้บาลานซ์ (balance)”

นั่นคือการแก้ไขเจ้าสาวหัวโต แต่หน่มหน้มไซส์จิ๋ว ตรงกันข้ามหากหัวเล็ก ไหล่ใหญ่ อกบิ๊กบึ้ม ล่ะ

“กรณีเจ้าสาวที่ไหล่กว้าง หน้าอกใหญ่ หัวเล็ก เราต้องลดดีเทลของไหล่ หรือหันไปใส่เกาะอกเลย ส่วนหน้าอกก็ไม่ควรมีดีเทลมาก เพื่อจะลดบทบาทให้ดูไม่ใหญ่มาก”

เจ้าสาวส่วนใหญ่มีปัญหาสะโพกเล็ก เราต้องดึงดีเทลไปที่สะโพก ง่ายๆ ให้ลองนึกสี่เหลี่ยมคางหมู ถ้าข้างบนกว้าง ข้างล่างสั้น ข้างบนจะยิ่งดูกว้าง แต่ถ้าเราดึงฐานล่างยาวลงมาเรื่อยๆ ข้างบนก็จะดูแคบลง

“ส่วนคนหัวเล็ก เราต้องมาโฟกัสที่ศีรษะ วิธีแก้คือ ต้องใส่ต่างหูให้ชัด อาจจะมวยผมตรงช่วงท้ายทอยแล้วนำดอกไม้มาติดให้ศีรษะเด่นชัด ซึ่งเป็นการแก้หัวเล็กได้”

ผู้หญิงทุกคนล้วนปรารถนาอยากมีหุ่นเป็นนาฬิกาทราย นั่นหมายความว่า ไหล่กับสะโพกต้องเท่ากัน นี่คือ สรีระที่ผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝัน

“ไหล่เล็ก สะโพกใหญ่ เรียกว่า หุ่นพินโบว์ลิ่ง และหุ่นที่ไหล่ใหญ่ สะโพกเล็ก เรียกว่าตัวรางวัลออสการ์ คือไหล่ใหญ่ แต่ก้นกลับไม่มีเลย” นี่คือคำจำกัดความของหุ่นที่เรียกว่าผิดปกติ ไม่สมส่วนของ แต่ทุกอย่างอำพรางได้

“หากไหล่เราชัด แต่สะโพกเล็ก ก็ทำให้สะโพกชัดซะ เช่นเดียวกัน ถ้าสะโพกชัด ไหล่ไม่ชัด ก็ทำให้ไหล่ชัดซะ เพื่อให้เกิดความบาลานซ์เป็นนาฬิกาทราย อันนี้เป็นหลักง่ายๆ ในการคิด เปรียบเทียบตัวเราก่อน แล้วเวลาไปเปิดนิตยสาร หนังสือเลือกชุด จะได้รู้ว่าอันนี้ไม่ได้ อันนี้ได้นะ เพื่อให้เกิดความคิดที่ถูกขึ้นมา แล้วเอาไปปรึกษาดีไซเนอร์ทำชุดอีกที”

ให้ความรู้ถึงความสมดุลของสัดส่วนร่างกาย เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) ระบุไว้เรียบร้อยแล้ว ว่า เริ่มจากศีรษะ คอ ไหล่ ข้อศอก เอว สะโพก ข้อศอก ท่อนขา แม้กระทั่งถึงช่วงระหว่างขา น่องไปถึงหัวเข่า หลังจากหัวเข่าไปถึงเท้า ต้องมีความบาลานซ์ ลองสังเกตตัวเองดูง่ายๆ ข้อศอกของเรา ตรงกับเอวพอดีหรือเปล่า หากเรายืนแล้วข้อศอกเราตรงกับเอว นั่นคือ ความสมส่วน

“บางทีข้อศอกยาวกว่าเอว ซึ่งหาคนประเภทนี้ได้น้อย คนเหล่านี้คือคนไหล่ลาด ปัญหาจะเกิดถ้าสะโพกสูงเกินไป เขาเรียกว่า เอวสั้น ไหล่ลาด ลองสังเกตรูปร่างของคนเกาหลี ญี่ปุ่น หรือคนไทยบางคนที่มีเชื้อสายจีน ส่วนใหญ่จะเอวสั้น ดังนั้นจากเอวไปถึงต้นขาจะยาว”

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

READ MORE

เครื่องประดับเจ้าสาว เลือกอย่างไรให้เข้าคู่กัน กับ ชุดเจ้าสาวเพื่อ ความลงตัวที่น่าทึ่ง

สวัสดีทุกท่านวันนี้เรากลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับบทความดีดี ให้เจ้าสาวมือใหม่ทุกคนได้อ่านกัน กับ การเลือก เครื่องประดับเจ้าสาว ให้เหมาะกับชุดแต่งงานของเรา

การเลือก เครื่องประดับเจ้าสาว สำหรับใช้ในวันงานเป็นปัญหาใหญ่อีกเรื่องที่ทำเอาเจ้าสาวผู้โชคดีทั้งหลายต้องกุมขมับ เพราะไม่ใช่ทุกคนจะมีพื้นฐานทางด้านศิลปะหรือเซ้นส์เจ๋งๆ ที่จะแมทช์เพชรเม็ดงามให้เข้ากับ ชุดเจ้าสาว ที่เลือกไว้ แต่วันนี้ เราได้สรรหาเทคนิคง่ายๆ มาให้คุณลองใช้

เครื่องประดับเจ้าสาว

งานแต่งงานของคุณเป็นแบบทางการหรือไม่ทางการ

เทคนิคแรกไม่ยากเกินเข้าใจ คุณควรพิจารณาก่อนว่างานแต่งงานของคุณเป็นแบบทางการหรือไม่ทางกา ทั้งนี้รวมถึงสถานที่และช่วงเวลาในการจัดงานด้วย เช่น หากเป็นงานเลี้ยงตอนกลางวันหรืองานในสวนที่ไม่เป็นทางการมากนัก สามารถเลือกเครื่องประดับชิ้นเล็กแบบเรียบง่าย  แต่หากเป็นงานเลี้ยงตอนกลางคืนที่เป็นทางการ เครื่องประดับก็ควรที่จะดูหรูหราและโดดเด่นมากกว่าปกติ

ชุดที่ใช้มีรายละเอียดในระดับไหน

ถ้ามีรายละเอียดมากอยู่แล้ว เครื่องประดับก็ ควรจะยิ่งเรียบและน้อยชิ้น แต่ถ้าชุดนั้นแสนเรียบ ไม่มีลวดลายใดๆ เครื่องประดับที่เลือก จะกลายเป็นนางเอกในทันที เพราะจะช่วยเสริมให้คุณดูโดดเด่นขึ้นมาได้

เลือกเครื่องประดับที่ไม่ล้าสมัยและใช้ได้หลายโอกาส

เพื่อที่ว่าคุณสามารถใช้ได้หลายโอกาส ยิ่งใช้ได้นานยิ่งดี หากมีฟังก์ชันปรับเปลี่ยนได้มากกว่าการใช้งานหนึ่งอย่างยิ่งดีมาก

Make it You

ไม่ว่าชุดเจ้าสาวนั้นจะเป็นอย่างไร หรือเครื่องประดับตรงหน้าจะเริดแค่ไหน เหนือสิ่งอื่นใดคือความเป็น “ คุณ ” สำคัญที่สุด ฉะนั้นควรเลือกสวมใส่เครื่องประดับที่คุณรู้สึกมั่นใจ และแสดงออกถึงความเป็นตัวตนของคุณจะดีที่สุด

นอกจากทฤษฎีง่ายๆ ที่ว่าไปแล้ว เพื่อความเข้าใจและเห็นภาพจริง เราขอเสนอ ตัวอย่างชุดแต่งงาน 4 แบบที่เจ้าสาวทั้งหลายนิยมสวมใส่กันมากที่สุด พร้อมเครื่องประดับเหมาะๆ ที่ขอบอกเลยว่า ก๊อปปี้ไปหามาใส่เลยดีกว่า

ชุดเจ้าสาวทรงหางปลา (Mermaid)

จับเดรปที่ช่วงบนคอเสื้อเว้าเป็นรูปหัวใจ จึงสามารถเลือกใช้เครื่องประดับได้ 2 แบบ คือ สร้อยคอสไตล์ตัว Y หรือสร้อยโช้กเกอร์แบบเรียบๆ แต่เนื่องจากชุดนี้มีรายละเอียดมากที่ชายกระโปรง จึงควรเลือกโช้กเกอร์เรียบๆ ให้ลุควินเทจ และเสริมช่วงคอขึ้นไป ให้ดูโดดเด่นด้วยต่างหูยาวระย้า

ชุดเจ้าสาวทรงตรง (Sheath)

คอเสื้อเว้าเป็นรูปหัวใจ เหมาะกับสร้อยคอสไตล์ตัว Y ดีไซน์เรียบๆ มีเพชรเรียงกันเป็นแถว เนื่องจากชุดมีระบายลูกไม้เป็นชั้นๆ ทั้งตัวอยู่แล้ว สร้อยที่รายละเอียดมากเกินไปจะแข่งกับชุด แต่ถ้างบประมาณจำกัด อาจใช้จี้อันใหญ่ร้อยกับริบบิ้นกำมะหยี่เส้นกว้างหรือผ้าลูกไม้ลายเข้าชุดก็ดูเก๋ไก๋ แถมยังนำมาใส่ในโอกาสอื่นๆ ได้ด้วย

ชุดเจ้าสาวสั้น

รูปแบบค่อนข้างเรียบ แต่ดีไซน์สมัยใหม่ เพิ่มความหวานด้วยลูกไม้ ชุดแบบนี้ดูไม่เป็นทางการมากนัก จึงเหมาะจะเป็นชุดหมั้นหรือสวมใส่ในงานเลี้ยงตอนกลางวัน ควรเลือกเครื่องประดับชิ้นเล็กแบบเรียบง่าย เช่น ต่างหูแบบกลมติดหู หรือแบบห้อยห่วงกลมๆ ที่ถอดเปลี่ยนไปเป็นจี้ได้

ชุดเจ้าสาวเกาะอกยาว (Drop Waist)

หรือชุดเกาะอกฟูฟ่องสไตล์เจ้าหญิง (Princess) ควรเน้นโชว์เครื่องประดับช่วงหัวไหล่และคอมากกว่าส่วนอื่น เพราะว่าชุดมีความอลังการในตัว จึงควรเลือกเครื่อง-ประดับที่มีรายละเอียดและดูเยอะกว่าปกติสักหน่อย เช่น สร้อยคอระย้า ดีไซน์ผสมผสานเพชรหลายขนาดตลอดรอบคอ สร้อยข้อมือเพชร พร้อมต่างหูเข้าชุด

ปิดท้ายด้วยเทคนิคง่ายๆ อีกอย่างที่นอกจากจะใช้ได้กับ ชุดแต่งงานคนอ้วน แล้ว ยังนำไปประยุกต์กับชุดทั่วไปในชีวิตประจำวันได้ คือ การให้ คอเสื้อเป็นตัวกำหนด เพราะคอเสื้อจะเป็นตัวหลักสำคัญที่จะบอกว่าคุณควรสวมเครื่องประดับชิ้นไหน สไตล์ใด เช่น

คอเสื้อเว้าเป็นรูปหัวใจ

ควรเลือกสร้อยคอสไตล์ตัว Y เหมือนเสื้อคอวี เพราะมีลักษณะทรงเสื้อที่เว้าลง หรือจะเป็นการสวมโช้กเกอร์ติดคอ ให้ความรู้สึก เรียบ โก้ คลาสสิก แต่เวลาใส่จะต้องแนบสนิทพอดีกับช่วงกลางลำคอ ถ้าอยากเปลี่ยนตัวเองเป็นสาวหวาน อาจเลือกเป็นโช้กเกอร์มุกสีขาวประดับเพชร นอกจากนี้คุณยังเลือกใส่เป็นจี้กับสร้อยคอเส้นบางก็ได้ นอกจากจะดูทันสมัยแล้วยังนำไปใช้ในโอกาสสำคัญอื่นๆ ได้

ชุดแบบเกาะอกหรือไร้สาย

ควรเลือกเครื่องประดับขนาดใหญ่ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ ต่างหู ยิ่งถ้าเป็นโช้กเกอร์หรือแผงคอแผ่นกว้างยิ่งเหมาะ เพราะสร้อยแบบนี้มีลักษณะสมมาตรและขนานไปกับชุด ให้ความรู้สึกหรูหรา เย้ายวนใจ แต่ควรเลือกให้แผงโช้กเกอร์อยู่กึ่งกลางคอพอดี และควรสั้นเหนือไหปลาร้า

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

READ MORE

ชุดเจ้าสาว เลือกอย่างไร ให้ใส่เเล้วสวยที่สุด-เเต่งงาน

ลูกค้าแต่ละท่าน อาจจะมีแบบในใจว่า อยากจะใส่ ชุดเจ้าสาว ประมาณไหน เช่น กระโปรงที่อยากใส่ ทรงอะไร  กระโปรงบาน  มาก น้อยแค่ไหน หางสั้น  หางยาว ประมาณไหน

ส่วนแบบ ของตัวเสื้อ ชุดเจ้าสาว นั้น เกาะอกใส่ได้ หรือไม่ หรือ จะต้องทำคอ / แขน เพิ่มสำหรับชุดที่เป็นเกาะอก แต่หากไม่อยากใส่เกาะอก อาจจะควรเลือกเป็นชุด ที่มีแขนไปเลยเช่น แขนสั้น แขนยาวหรือ แขนสามส่วน

ชุดเจ้าสาว

ลักษณะเนื้อผ้าที่ชอบ

ชุดแต่งงานที่เป็นลูกไม้  หรือไม่ หรืออาจมีลูกไม้ ได้มากน้อยขนาดไหน หรือไม่ชอบชุดแต่งงานที่มีลูกไม้เลย  ชอบชุดแต่งงาน ที่เป็นรูปแบบของ ชุดเรียบ

ทำความรู้จักกับชุดแต่งงานเพิ่มมากขึ้น

ชุดแต่งงาน ในแบบที่ร้านส่วนมากมีโชว์ไว้  ทุกชุดเราจะมีประมาณ 2 – 3 แบบ 2 – 3  ชุด  คือ ชุดแต่งงานที่เหมือนกัน   จะมีทั้งหางสั้น และ หางยาว ความแตกต่างอยู่ที่ความบาน และ ความยาวหาง ไม่ว่าจะเป็น  ทรงเมอร์เมด   ทรงแกนด์เอไลน์  ทรงเอไลน์   ทรงบอลกาวน์   ทรงปริ้นเซส

ในส่วนสำคัญที่สุด  จะเป็นเรื่องของราคา   ที่จะทำให้ชุดที่หางสั้น  ถูกกว่า  หางยาว  ( ในบางแบบก็จะมีชุดแต่งงานที่หางสั้นมากๆ  ) แต่สำหรับบางชุด  ที่เป็นลิมิเตส  จะมีแค่ชุดนั้น  ชุดเดียว  แบบเดียวความยาวของกระโปรงด้านหลัง  จะเป็นตามแบบนั้นๆเลย

ก่อนที่เราจะเลือกชุดแต่งงาน  สักหนึ่งชุด อยากให้ลูกค้าทราบเบื้องต้นถึงลักษณะความชอบ ว่า ชอบชุดแต่งงาน  ลักษณะไหน  เนื้อผ้าอะไร  ทรงอะไร   เพราะเนื้อผ้าแต่ละชนิด ไม่อาจจะทำ ชุดแต่งงาน    ได้ทุกๆ ทรง  สำหรับ ชุดแต่งงานบางชุด  สามารถรวบรวมได้หลากหลายเนื้อผ้า

ดังนั้น มาทำความรู้จักผ้า   แต่ละชนิดที่ทางร้าน  นำมาตัดชุดแต่งงาน แต่ละแบบ แต่ละทรงดังนี้

ลักษณะเนื้อผ้าชุดแต่งงาน

1.  ผ้าลูกไม้

ชุดแต่งงานที่เน้นลูกไม้    จะมีลูกไม้อิตาลี   และลูกไม้ฝรั่งเศส ขึ้นอยู่กับลูกค้าว่าชอบ ชุดแต่งงาน ที่เป็นลูกไม้ทั้งชุด ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง หรือลูกไม้ครึ่งหน้า  ลูกไม้ตัวเสื้อชายกระโปรง  หรือลูกไม้แค่ตัวกระโปรงและ ชายกระโปรง ทั้งปักและไม่ปักคริสตัล ทางร้าน มีชุดทุกรูปแบบ ในการจัดวางลูกไม้ สามารถเลือกชมดูก่อนได้

2.  ผ้าออแกนดี้

ลูกค้าที่เน้นผ้าเนื้อนี้ทำกระโปรง อาจจะเน้นโชว์เนื้อผ้าทั้งกระโปรงหรือใส่ลูกไม้ชาย เพิ่มก็ได้ แบบเสื้อจะเป็นเดฟสวยๆ  ที่เป็นผ้าเนื้อนี้ ที่เป็นทั้งเกาะอก   มีแขน แขนโอบก็ได้   ( จะเดฟหรือโอบแขนผสมกับ  ผ้าเดลซีทรีทรู ก็ได้ ) ชุดที่ใช้ผ้าเนื้อนี้มีทั้งแบบเรียบ

ทั้งชุด อาจจะผสม ผ้าเดลซี  หรือผสมลูกไม้    ก็มีให้เลือก  ในส่วนของกระโปรง   มีแบบที่หลากหลายมาก  มีทั้งกระโปรงทำชั้น  กระโปรงขดดอก  กระโปรงเรียบมีลูกไม้

3.  ผ้าเดลซี่ซีทรู

ลูกค้าที่ชอบลักษณะที่เป็นผ้าซีทรู ชุดจะออกแนวฟูฟ่องเจ้าหญิงๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็จะขึ้นอยู่  กับแบบโดยรวมของชุด ว่ามีดีเทลอื่นๆผสมเข้ามาด้วย หรือเป็นผ้าชนิดนี้ทั้งชุดหรือไม่  เพราะผ้าชนิดนี้สามารถทำได้ หลากหลายแนวมาก

4.  ผ้าไหมทัฟต้า

ผ้าชนิดนี้จะมีอยู่  2 สี   คือสีไอเวอรี่  และสีเชมเปญ  มีหลากหลายทรงอาทิเช่น ทรงบอลกาวน์ ทรงเอไลน์  ทรงเมอร์เมด  มีทั้งแบบเรียบทั้งชุด และมีลูกไม้ เข้ามาผสม

มีทั้งเกาะอก  แขนเลย  แขนโอบ แขนสามส่วน  แขนยาวลูกไม้   มีแบบที่เป็นหางยาว   และหางสั้น ขึ้นอยู่กับ  ความต้องการ  ( ผ้าชนิดนี้ จะเป็นผ้าที่ไม่ทิ้งตัวมาก ค่อนข้างอยู่ทรงและ ยับง่ายนิดหน่อย )

5.  ผ้าไหมดัชเชสซาติน

สำหรับชุดแต่งงานมี  2   สีคือ  สีอ๊อฟไวท์ และ สีไอเวอรี่  ผ้าชนิดนี้ จะหนักไปทางการ  ทำแบบที่เรียบหน่อย  เพราะผ้าค่อนข้างมีน้ำหนักและทิ้งตัว ส่วนแบบจะมีทั้งเกาะอก   ใส่ลูกไม้นิดหน่อยบนล่าง  แขนยาว แขนเลย  ส่วนความยาวกระโปรง มีทั้งแบบ ที่เป็นทั้งหางยาว และหางสั้น

6.  ผ้ามิคคาโด้

เนื้อผ้าชนิดนี้ลักษณะของผ้าจะเป็นเนื้อไหมจริงๆ เป็นผ้าอยู่ตัว มีน้ำหนัก จับทรงชุดได้ง่าย  เนื้อเเน่น  ละเอียด  เหมาะสำหรับลูกค้าที่เน้นการโชว์เนื้อผ้า และคัตติ้งสวยๆ

จะมีทั้ง ทรงบอลกาวน์ เอไลท์    และเมอร์เมด   ส่วนสีที่ใช้เป็นสีหลักๆ  จะเป็นสีไอเวอรี่  ส่วนสีเชญเปญ อาจจะมีให้เลือกลองบางนิดหน่อย

เมื่อลูกค้า ต้องการ ได้เรียนรู้สำหรับ เนื้อผ้า และลักษณะ ของชุดแต่งงานแล้ว  เราก็จะมาดูกันอีกครั้ง ว่า ชุดแต่งงาน  ที่เลือกนั้น เหมาะสมกับเจ้าสาวท่านนั้นๆ  มากน้อยเพียงใด  ที่จะช่วยเสริมสร้างจุดเด่น  ปกปิดจุดด้อย ได้อย่างไรบ้าง ชุดแต่งงานแต่ละชุดนั้น สามารถเพิ่มเติมแบบ และดีไซน์ อะไรเพิ่มได้บ้าง

เช่น การทำเเขนเพิ่ม  ไม่ว่าจะเป็น แขนซีทรู  ออแกนดี้  ลูกไม้   อาจจะเพิ่มข้างเดียว หรือสองข้าง  ก็ได้ ( ในกรณีที่เจ้าสาว  เลือก เช่าชุดแต่งงาน เป็นแบบเกาะอก ) ในส่วนของเข็มขัด  จะเพิ่มเป็น เข็มขัดผ้า เข็มขัดลูกไม้ และเข็มขัดเพชร    สามารถเลือกได้ตามความชอบได้เลย

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

 

READ MORE

ไม่ใช่นางในวรรณคดีก็สวยได้ ด้วย ชุดเจ้าสาว จากห้องเสื้อชื่อดัง ราวกับหลุดมาจากในนิยาย

สิ่งที่เป็นความกังวลใจของเจ้าสาวมากที่สุดในงานแต่งงาน คงหนีไม่พ้น ชุดเจ้าสาว จะเลือกอย่างไร ดีไซน์ไหนถึงจะเหมาะ แบบไหนใส่แล้วสวย มั่นใจ ไม่เคอะเขิน โดยเฉพาะชุดไทยที่ดูเหมือนจะไกลตัวไปสักหน่อย จะมีวิธีเลือกอย่างไร บางคนถึงกับมืดแปดด้าน ไม่ยากเลยค่ะแค่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของห้องเสื้อที่จะช่วยเนรมิตชุดไทยให้เจ้าสาวได้สวยสมใจในวันสำคัญวันนี้ก็พอ

แบรนด์ ชุดเจ้าสาว ชื่อดังจาก 6 ห้องเสื้อมาแนะนำ ที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง เรียกว่าโด่งดังเป็นที่รู้จักในแวดวงนี้เป็นอย่างดี ว่าที่เจ้าสาวไว้ใจได้เลยว่าจะได้ชุดไทยที่สวยและเหมาะกับคุณอย่างแน่นอน

ตัดชุดแต่งงาน

Bubpha Wedding

ให้บริการชุดไทยสำหรับเจ้าสาว และงานประเภทต่าง ๆ ซึ่งชุดไทยของ Bubpha Wedding แบ่งเป็น 2 เนื้อผ้า ได้แก่ ผ้าโบราณแท้ และผ้าโบราณเทียม ซึ่งผ้าโบราณแท้ก็เช่น ผ้ายกย้อมสี และย้อมไล่สี มีทั้งแบบเนื้อนิ่มและเนื้อไหม ผ้ายกใหญ่ลำพูน ผ้ายกเล็กลำพูน ผ้ายกสุรินทร์ ผ้าไหมลูกแก้ว ส่วนผ้าโบราณเทียม เช่น ไหมผสม ผ้ายกอินเดีย ผ้ายกตุรกี เป็นต้น

สำหรับรูปแบบของชุดไทยประมาณ 80% จะเป็นชุดที่เย็บติดกัน มีทั้งแบบที่เย็บติดกับสไบแล้ว และแบบที่เลือกห่มสไบได้ ซึ่งจะมีสไบแบบต่าง ๆ ให้เลือกหลากหลาย ส่วนอีก 20% จะเป็นชุดไทยแบบแยกชิ้นไม่ติดกัน สามารถเลือกแบบและสีได้ตามต้องการ โดยชุดไทยทั้งสองแบบไม่มีความแตกต่างกันในเรื่องของแพทเทิร์นการตัดเย็บ แต่จะต่างกันที่วัสดุและเนื้อผ้าที่ทำให้ราคาของแต่ละชุดไม่เท่ากัน ที่สำคัญเจ้าสาวที่ใช้บริการชุดไทยของ Bubpha Wedding ยังสามารถยืมเครื่องประดับได้ฟรี ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับชุดไทยแบบครบเซ็ต ทั้งสร้อย ต่างหู เข็มขัด รวมไปถึงรองเท้าสำหรับเจ้าสาวด้วย

Pichitta Wedding House

พิจิตรา เวดดิ้ง เฮ้าส์ (Pichitta Wedding House) เจ้าสาวหลายคนคุ้นเคยกับห้องเสื้อแห่งนี้เป็นอย่างดี เพราะมีชุดแต่งงานให้เลือกมากมายหลากหลาย ตั้งแต่ชุดเจ้าสาวแบบสากล ชุดเจ้าสาวอิสลาม และที่ขาดไม่ได้ก็คือชุดไทยซึ่งพิจิตรา เวดดิ้ง เฮ้าส์พิถีพิถันในการออกแบบ ตัดเย็บอย่างประณีตบรรจง โดยให้มีลวดลายวิจิตรแสดงถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย

จุดเด่นของพิจิตรา เวดดิ้ง เฮ้าส์ก็คือ การมีชุดไทยให้เลือกหลากหลาย ทั้งสี ดีไซน์ และรูปแบบต่าง ๆ เหมาะสำหรับว่าที่เจ้าสาวที่ยังไม่มีแบบชุดไทยที่ต้องการอยู่ในใจ หรือยังตัดสินใจเลือกไม่ได้ สามารถมาใช้เวลาเลือกหาชุดไทยที่ต้องการได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับสำหรับชุดไทยให้เลือกอีกหลากหลาย ทั้งเข็มขัด สร้อยสังวาล กำไลแขน ฯลฯ ซึ่งจะมีทีมงานมืออาชีพคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการสวมใส่ชุดไทยและเครื่องประดับต่าง ๆ ด้วย

De bride club

De bride club ให้บริการชุดแต่งงาน ทั้งชุดไทย ชุดราตรี และชุดสูท De bride club เป็นห้องเสื้อที่คลุกคลีอยู่ในวงการมานาน ออกแบบและตัดเย็บชุดมาหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นชุดไทย หรือชุดเจ้าสาวตามสมัยนิยม หากเจ้าสาวคนไหนยังไม่มีแบบชุดในดวงใจ สามารถขอรับคำปรึกษาจากคุณแจ็คเพื่อให้ได้แบบชุดที่ต้องการและเหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

จุดเด่นของ De bride club คือความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด เห็นได้จากทุกชุดที่ออกแบบมาสำหรับเจ้าสาวแต่ละคนจะมีความแตกต่างที่เหมือนใคร เป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะเลียนแบบ เจ้าสาวที่เลือกชุดของ De bride club จึงมั่นได้ว่าจะได้ชุดแต่งงานในแบบของคุณ ให้โดดเด่นที่สุดในวันสำคัญนั้น

Cosily By Apirassak

Cosily By Apirassak (โคซิลี่ บาย อภิราษฎร์ศักดิ์)ห้องเสื้อที่ขึ้นชื่อเรื่องการคิดไอเดียใหม่ ๆ ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่งงานแบบสากล หรือแบบไทย Cosily By Apirassak พร้อมที่จะนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาแต่งแต้มให้ชุดแต่งงานกลายเป็นชุดที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของเจ้าสาวออกมาได้อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยไอเดียชั้นเลิศของดีไซเนอร์ผู้ที่ไม่ยอมนิ่ง ขยันหาเอาความแปลกใหม่มาแต่งเติมเสริมแต่งตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นชุดไทยประดับขนนก หรือดอกไม้ ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกลายเป็นชุดเจ้าสาวที่มีความร่วมสมัยและไม่เหมือนใคร

ที่สำคัญCosily By Apirassak คำนึงถึงการออกแบบ ตัดเย็บด้วยความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน เน้นความประณีตและใส่ใจในทุกดีเทล โดยเฉพาะรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างของประดับตกแต่งบนชุดเจ้าสาว ซึ่งต้องค่อย ๆ ทำทีละชิ้น เพื่อให้เป็นชุดที่งามพร้อมในแบบที่เจ้าสาวทุกคนต้องการ

VOWs

แบรนด์ชุดแต่งงานสำหรับเจ้าสาวที่มีเอกลักษณ์ในตัวเอง นอกจากชุดเจ้าสาวแบบสากลที่เป็นไฮไลท์แล้ว VOWs ยังให้ความสำคัญกับชุดไทยไม่แพ้กัน โดยเน้นที่รายละเอียดของชุด เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นชุดไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องงดงามแบบไทย ๆ มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน แสดงออกถึงความเป็นไทย ที่สำคัญยังเน้นเป็นพิเศษเรื่องความพิถีพิถันและประณีตบรรจงในการออกแบบและตัดเย็น ทำให้ทุกชุดจากVOWs สามารถดึงเสน่ห์และความเป็นตัวเองของเจ้าสาวออกมาได้อย่างชัดเจน

ที่สำคัญเมื่อมารับบริการจากVOWs มั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลอย่างดีจากทีมงานมืออาชีพที่พร้อมสำหรับบ่าวสาวทุกคน ตั้งแต่การให้คำแนะนำ ปรึกษา ไปจนถึงการเลือกชุดแบบต่าง ๆ ที่เหมาะกับรูปร่างของเจ้าสาว เรียกว่าเหมือนมีเพื่อนข้างกายคอยดูแลอย่างใกล้ชิดเลยทีเดียว

Myriad Grand Monde

เมอเรียด แกรนด์ มอนด์ (Myriad Grand Monde) ห้องเสื้อแบรนด์ไทยโดยดีไซเนอร์ไทย 100% ที่เนรมิต ตัดชุดแต่งงาน ให้กับเจ้าสาวมาแล้วมากมาย ทั้งการออกแบบตัดเย็บชุดให้กับดารา นักแสดง นางงาม และเซเลบริตี้ชื่อดังของเมืองไทยเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จของMyriad Grand Monde ได้เป็นอย่างดี และที่โดดเด่นไม่แพ้กันก็คือการออกแบบชุดไทยที่มีทั้งความงามแบบไทย ความละเอียดลออในการประดิษฐ์ประดอยรายละเอียดและลูกเล่นต่าง ๆ ทำให้ชุดไทยจาก Myriad Grand Monde เป็นที่กล่าวขานจากเจ้าสาวมาโดยตลอด

ทีม  Myriad Grand Monde เชื่อเสมอว่าชุดที่สวยงามคือชุดที่เหมาะกับรูปร่างของเจ้าสาวแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องทำตามเทรนด์หรือแฟชั่นใด ๆ แค่สวยในแบบของคุณก็เพียงพอแล้ว ดังนั้นการทำงานจึงเริ่มจากจุดนี้ คือการทำให้เจ้าสาวมั่นใจในความเป็นตัวเอง มั่นใจในชุดที่สวมใส่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของ Myriad Grand Monde ที่จะเนรมิตชุดให้ออกมาให้ได้อย่างที่ต้องการ

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

READ MORE