FOLLOW US
สาขาพาหุรัด 086-478-7849
สาขานวมินทร์ 092-6925566

Skip to Content

Category Archives: blog

เครื่องประดับเจ้าสาว เลือกอย่างไรให้เข้าคู่กัน กับ ชุดเจ้าสาวเพื่อ ความลงตัวที่น่าทึ่ง

สวัสดีทุกท่านวันนี้เรากลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับบทความดีดี ให้เจ้าสาวมือใหม่ทุกคนได้อ่านกัน กับ การเลือก เครื่องประดับเจ้าสาว ให้เหมาะกับชุดแต่งงานของเรา

การเลือก เครื่องประดับเจ้าสาว สำหรับใช้ในวันงานเป็นปัญหาใหญ่อีกเรื่องที่ทำเอาเจ้าสาวผู้โชคดีทั้งหลายต้องกุมขมับ เพราะไม่ใช่ทุกคนจะมีพื้นฐานทางด้านศิลปะหรือเซ้นส์เจ๋งๆ ที่จะแมทช์เพชรเม็ดงามให้เข้ากับ ชุดเจ้าสาว ที่เลือกไว้ แต่วันนี้ เราได้สรรหาเทคนิคง่ายๆ มาให้คุณลองใช้

เครื่องประดับเจ้าสาว

งานแต่งงานของคุณเป็นแบบทางการหรือไม่ทางการ

เทคนิคแรกไม่ยากเกินเข้าใจ คุณควรพิจารณาก่อนว่างานแต่งงานของคุณเป็นแบบทางการหรือไม่ทางกา ทั้งนี้รวมถึงสถานที่และช่วงเวลาในการจัดงานด้วย เช่น หากเป็นงานเลี้ยงตอนกลางวันหรืองานในสวนที่ไม่เป็นทางการมากนัก สามารถเลือกเครื่องประดับชิ้นเล็กแบบเรียบง่าย  แต่หากเป็นงานเลี้ยงตอนกลางคืนที่เป็นทางการ เครื่องประดับก็ควรที่จะดูหรูหราและโดดเด่นมากกว่าปกติ

ชุดที่ใช้มีรายละเอียดในระดับไหน

ถ้ามีรายละเอียดมากอยู่แล้ว เครื่องประดับก็ ควรจะยิ่งเรียบและน้อยชิ้น แต่ถ้าชุดนั้นแสนเรียบ ไม่มีลวดลายใดๆ เครื่องประดับที่เลือก จะกลายเป็นนางเอกในทันที เพราะจะช่วยเสริมให้คุณดูโดดเด่นขึ้นมาได้

เลือกเครื่องประดับที่ไม่ล้าสมัยและใช้ได้หลายโอกาส

เพื่อที่ว่าคุณสามารถใช้ได้หลายโอกาส ยิ่งใช้ได้นานยิ่งดี หากมีฟังก์ชันปรับเปลี่ยนได้มากกว่าการใช้งานหนึ่งอย่างยิ่งดีมาก

Make it You

ไม่ว่าชุดเจ้าสาวนั้นจะเป็นอย่างไร หรือเครื่องประดับตรงหน้าจะเริดแค่ไหน เหนือสิ่งอื่นใดคือความเป็น “ คุณ ” สำคัญที่สุด ฉะนั้นควรเลือกสวมใส่เครื่องประดับที่คุณรู้สึกมั่นใจ และแสดงออกถึงความเป็นตัวตนของคุณจะดีที่สุด

นอกจากทฤษฎีง่ายๆ ที่ว่าไปแล้ว เพื่อความเข้าใจและเห็นภาพจริง เราขอเสนอ ตัวอย่างชุดแต่งงาน 4 แบบที่เจ้าสาวทั้งหลายนิยมสวมใส่กันมากที่สุด พร้อมเครื่องประดับเหมาะๆ ที่ขอบอกเลยว่า ก๊อปปี้ไปหามาใส่เลยดีกว่า

ชุดเจ้าสาวทรงหางปลา (Mermaid)

จับเดรปที่ช่วงบนคอเสื้อเว้าเป็นรูปหัวใจ จึงสามารถเลือกใช้เครื่องประดับได้ 2 แบบ คือ สร้อยคอสไตล์ตัว Y หรือสร้อยโช้กเกอร์แบบเรียบๆ แต่เนื่องจากชุดนี้มีรายละเอียดมากที่ชายกระโปรง จึงควรเลือกโช้กเกอร์เรียบๆ ให้ลุควินเทจ และเสริมช่วงคอขึ้นไป ให้ดูโดดเด่นด้วยต่างหูยาวระย้า

ชุดเจ้าสาวทรงตรง (Sheath)

คอเสื้อเว้าเป็นรูปหัวใจ เหมาะกับสร้อยคอสไตล์ตัว Y ดีไซน์เรียบๆ มีเพชรเรียงกันเป็นแถว เนื่องจากชุดมีระบายลูกไม้เป็นชั้นๆ ทั้งตัวอยู่แล้ว สร้อยที่รายละเอียดมากเกินไปจะแข่งกับชุด แต่ถ้างบประมาณจำกัด อาจใช้จี้อันใหญ่ร้อยกับริบบิ้นกำมะหยี่เส้นกว้างหรือผ้าลูกไม้ลายเข้าชุดก็ดูเก๋ไก๋ แถมยังนำมาใส่ในโอกาสอื่นๆ ได้ด้วย

ชุดเจ้าสาวสั้น

รูปแบบค่อนข้างเรียบ แต่ดีไซน์สมัยใหม่ เพิ่มความหวานด้วยลูกไม้ ชุดแบบนี้ดูไม่เป็นทางการมากนัก จึงเหมาะจะเป็นชุดหมั้นหรือสวมใส่ในงานเลี้ยงตอนกลางวัน ควรเลือกเครื่องประดับชิ้นเล็กแบบเรียบง่าย เช่น ต่างหูแบบกลมติดหู หรือแบบห้อยห่วงกลมๆ ที่ถอดเปลี่ยนไปเป็นจี้ได้

ชุดเจ้าสาวเกาะอกยาว (Drop Waist)

หรือชุดเกาะอกฟูฟ่องสไตล์เจ้าหญิง (Princess) ควรเน้นโชว์เครื่องประดับช่วงหัวไหล่และคอมากกว่าส่วนอื่น เพราะว่าชุดมีความอลังการในตัว จึงควรเลือกเครื่อง-ประดับที่มีรายละเอียดและดูเยอะกว่าปกติสักหน่อย เช่น สร้อยคอระย้า ดีไซน์ผสมผสานเพชรหลายขนาดตลอดรอบคอ สร้อยข้อมือเพชร พร้อมต่างหูเข้าชุด

ปิดท้ายด้วยเทคนิคง่ายๆ อีกอย่างที่นอกจากจะใช้ได้กับ ชุดแต่งงานคนอ้วน แล้ว ยังนำไปประยุกต์กับชุดทั่วไปในชีวิตประจำวันได้ คือ การให้ คอเสื้อเป็นตัวกำหนด เพราะคอเสื้อจะเป็นตัวหลักสำคัญที่จะบอกว่าคุณควรสวมเครื่องประดับชิ้นไหน สไตล์ใด เช่น

คอเสื้อเว้าเป็นรูปหัวใจ

ควรเลือกสร้อยคอสไตล์ตัว Y เหมือนเสื้อคอวี เพราะมีลักษณะทรงเสื้อที่เว้าลง หรือจะเป็นการสวมโช้กเกอร์ติดคอ ให้ความรู้สึก เรียบ โก้ คลาสสิก แต่เวลาใส่จะต้องแนบสนิทพอดีกับช่วงกลางลำคอ ถ้าอยากเปลี่ยนตัวเองเป็นสาวหวาน อาจเลือกเป็นโช้กเกอร์มุกสีขาวประดับเพชร นอกจากนี้คุณยังเลือกใส่เป็นจี้กับสร้อยคอเส้นบางก็ได้ นอกจากจะดูทันสมัยแล้วยังนำไปใช้ในโอกาสสำคัญอื่นๆ ได้

ชุดแบบเกาะอกหรือไร้สาย

ควรเลือกเครื่องประดับขนาดใหญ่ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ ต่างหู ยิ่งถ้าเป็นโช้กเกอร์หรือแผงคอแผ่นกว้างยิ่งเหมาะ เพราะสร้อยแบบนี้มีลักษณะสมมาตรและขนานไปกับชุด ให้ความรู้สึกหรูหรา เย้ายวนใจ แต่ควรเลือกให้แผงโช้กเกอร์อยู่กึ่งกลางคอพอดี และควรสั้นเหนือไหปลาร้า

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

READ MORE

ชุดเจ้าสาว เลือกอย่างไร ให้ใส่เเล้วสวยที่สุด-เเต่งงาน

ลูกค้าแต่ละท่าน อาจจะมีแบบในใจว่า อยากจะใส่ ชุดเจ้าสาว ประมาณไหน เช่น กระโปรงที่อยากใส่ ทรงอะไร  กระโปรงบาน  มาก น้อยแค่ไหน หางสั้น  หางยาว ประมาณไหน

ส่วนแบบ ของตัวเสื้อ ชุดเจ้าสาว นั้น เกาะอกใส่ได้ หรือไม่ หรือ จะต้องทำคอ / แขน เพิ่มสำหรับชุดที่เป็นเกาะอก แต่หากไม่อยากใส่เกาะอก อาจจะควรเลือกเป็นชุด ที่มีแขนไปเลยเช่น แขนสั้น แขนยาวหรือ แขนสามส่วน

ชุดเจ้าสาว

ลักษณะเนื้อผ้าที่ชอบ

ชุดแต่งงานที่เป็นลูกไม้  หรือไม่ หรืออาจมีลูกไม้ ได้มากน้อยขนาดไหน หรือไม่ชอบชุดแต่งงานที่มีลูกไม้เลย  ชอบชุดแต่งงาน ที่เป็นรูปแบบของ ชุดเรียบ

ทำความรู้จักกับชุดแต่งงานเพิ่มมากขึ้น

ชุดแต่งงาน ในแบบที่ร้านส่วนมากมีโชว์ไว้  ทุกชุดเราจะมีประมาณ 2 – 3 แบบ 2 – 3  ชุด  คือ ชุดแต่งงานที่เหมือนกัน   จะมีทั้งหางสั้น และ หางยาว ความแตกต่างอยู่ที่ความบาน และ ความยาวหาง ไม่ว่าจะเป็น  ทรงเมอร์เมด   ทรงแกนด์เอไลน์  ทรงเอไลน์   ทรงบอลกาวน์   ทรงปริ้นเซส

ในส่วนสำคัญที่สุด  จะเป็นเรื่องของราคา   ที่จะทำให้ชุดที่หางสั้น  ถูกกว่า  หางยาว  ( ในบางแบบก็จะมีชุดแต่งงานที่หางสั้นมากๆ  ) แต่สำหรับบางชุด  ที่เป็นลิมิเตส  จะมีแค่ชุดนั้น  ชุดเดียว  แบบเดียวความยาวของกระโปรงด้านหลัง  จะเป็นตามแบบนั้นๆเลย

ก่อนที่เราจะเลือกชุดแต่งงาน  สักหนึ่งชุด อยากให้ลูกค้าทราบเบื้องต้นถึงลักษณะความชอบ ว่า ชอบชุดแต่งงาน  ลักษณะไหน  เนื้อผ้าอะไร  ทรงอะไร   เพราะเนื้อผ้าแต่ละชนิด ไม่อาจจะทำ ชุดแต่งงาน    ได้ทุกๆ ทรง  สำหรับ ชุดแต่งงานบางชุด  สามารถรวบรวมได้หลากหลายเนื้อผ้า

ดังนั้น มาทำความรู้จักผ้า   แต่ละชนิดที่ทางร้าน  นำมาตัดชุดแต่งงาน แต่ละแบบ แต่ละทรงดังนี้

ลักษณะเนื้อผ้าชุดแต่งงาน

1.  ผ้าลูกไม้

ชุดแต่งงานที่เน้นลูกไม้    จะมีลูกไม้อิตาลี   และลูกไม้ฝรั่งเศส ขึ้นอยู่กับลูกค้าว่าชอบ ชุดแต่งงาน ที่เป็นลูกไม้ทั้งชุด ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง หรือลูกไม้ครึ่งหน้า  ลูกไม้ตัวเสื้อชายกระโปรง  หรือลูกไม้แค่ตัวกระโปรงและ ชายกระโปรง ทั้งปักและไม่ปักคริสตัล ทางร้าน มีชุดทุกรูปแบบ ในการจัดวางลูกไม้ สามารถเลือกชมดูก่อนได้

2.  ผ้าออแกนดี้

ลูกค้าที่เน้นผ้าเนื้อนี้ทำกระโปรง อาจจะเน้นโชว์เนื้อผ้าทั้งกระโปรงหรือใส่ลูกไม้ชาย เพิ่มก็ได้ แบบเสื้อจะเป็นเดฟสวยๆ  ที่เป็นผ้าเนื้อนี้ ที่เป็นทั้งเกาะอก   มีแขน แขนโอบก็ได้   ( จะเดฟหรือโอบแขนผสมกับ  ผ้าเดลซีทรีทรู ก็ได้ ) ชุดที่ใช้ผ้าเนื้อนี้มีทั้งแบบเรียบ

ทั้งชุด อาจจะผสม ผ้าเดลซี  หรือผสมลูกไม้    ก็มีให้เลือก  ในส่วนของกระโปรง   มีแบบที่หลากหลายมาก  มีทั้งกระโปรงทำชั้น  กระโปรงขดดอก  กระโปรงเรียบมีลูกไม้

3.  ผ้าเดลซี่ซีทรู

ลูกค้าที่ชอบลักษณะที่เป็นผ้าซีทรู ชุดจะออกแนวฟูฟ่องเจ้าหญิงๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็จะขึ้นอยู่  กับแบบโดยรวมของชุด ว่ามีดีเทลอื่นๆผสมเข้ามาด้วย หรือเป็นผ้าชนิดนี้ทั้งชุดหรือไม่  เพราะผ้าชนิดนี้สามารถทำได้ หลากหลายแนวมาก

4.  ผ้าไหมทัฟต้า

ผ้าชนิดนี้จะมีอยู่  2 สี   คือสีไอเวอรี่  และสีเชมเปญ  มีหลากหลายทรงอาทิเช่น ทรงบอลกาวน์ ทรงเอไลน์  ทรงเมอร์เมด  มีทั้งแบบเรียบทั้งชุด และมีลูกไม้ เข้ามาผสม

มีทั้งเกาะอก  แขนเลย  แขนโอบ แขนสามส่วน  แขนยาวลูกไม้   มีแบบที่เป็นหางยาว   และหางสั้น ขึ้นอยู่กับ  ความต้องการ  ( ผ้าชนิดนี้ จะเป็นผ้าที่ไม่ทิ้งตัวมาก ค่อนข้างอยู่ทรงและ ยับง่ายนิดหน่อย )

5.  ผ้าไหมดัชเชสซาติน

สำหรับชุดแต่งงานมี  2   สีคือ  สีอ๊อฟไวท์ และ สีไอเวอรี่  ผ้าชนิดนี้ จะหนักไปทางการ  ทำแบบที่เรียบหน่อย  เพราะผ้าค่อนข้างมีน้ำหนักและทิ้งตัว ส่วนแบบจะมีทั้งเกาะอก   ใส่ลูกไม้นิดหน่อยบนล่าง  แขนยาว แขนเลย  ส่วนความยาวกระโปรง มีทั้งแบบ ที่เป็นทั้งหางยาว และหางสั้น

6.  ผ้ามิคคาโด้

เนื้อผ้าชนิดนี้ลักษณะของผ้าจะเป็นเนื้อไหมจริงๆ เป็นผ้าอยู่ตัว มีน้ำหนัก จับทรงชุดได้ง่าย  เนื้อเเน่น  ละเอียด  เหมาะสำหรับลูกค้าที่เน้นการโชว์เนื้อผ้า และคัตติ้งสวยๆ

จะมีทั้ง ทรงบอลกาวน์ เอไลท์    และเมอร์เมด   ส่วนสีที่ใช้เป็นสีหลักๆ  จะเป็นสีไอเวอรี่  ส่วนสีเชญเปญ อาจจะมีให้เลือกลองบางนิดหน่อย

เมื่อลูกค้า ต้องการ ได้เรียนรู้สำหรับ เนื้อผ้า และลักษณะ ของชุดแต่งงานแล้ว  เราก็จะมาดูกันอีกครั้ง ว่า ชุดแต่งงาน  ที่เลือกนั้น เหมาะสมกับเจ้าสาวท่านนั้นๆ  มากน้อยเพียงใด  ที่จะช่วยเสริมสร้างจุดเด่น  ปกปิดจุดด้อย ได้อย่างไรบ้าง ชุดแต่งงานแต่ละชุดนั้น สามารถเพิ่มเติมแบบ และดีไซน์ อะไรเพิ่มได้บ้าง

เช่น การทำเเขนเพิ่ม  ไม่ว่าจะเป็น แขนซีทรู  ออแกนดี้  ลูกไม้   อาจจะเพิ่มข้างเดียว หรือสองข้าง  ก็ได้ ( ในกรณีที่เจ้าสาว  เลือก เช่าชุดแต่งงาน เป็นแบบเกาะอก ) ในส่วนของเข็มขัด  จะเพิ่มเป็น เข็มขัดผ้า เข็มขัดลูกไม้ และเข็มขัดเพชร    สามารถเลือกได้ตามความชอบได้เลย

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

 

READ MORE

ไม่ใช่นางในวรรณคดีก็สวยได้ ด้วย ชุดเจ้าสาว จากห้องเสื้อชื่อดัง ราวกับหลุดมาจากในนิยาย

สิ่งที่เป็นความกังวลใจของเจ้าสาวมากที่สุดในงานแต่งงาน คงหนีไม่พ้น ชุดเจ้าสาว จะเลือกอย่างไร ดีไซน์ไหนถึงจะเหมาะ แบบไหนใส่แล้วสวย มั่นใจ ไม่เคอะเขิน โดยเฉพาะชุดไทยที่ดูเหมือนจะไกลตัวไปสักหน่อย จะมีวิธีเลือกอย่างไร บางคนถึงกับมืดแปดด้าน ไม่ยากเลยค่ะแค่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของห้องเสื้อที่จะช่วยเนรมิตชุดไทยให้เจ้าสาวได้สวยสมใจในวันสำคัญวันนี้ก็พอ

แบรนด์ ชุดเจ้าสาว ชื่อดังจาก 6 ห้องเสื้อมาแนะนำ ที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง เรียกว่าโด่งดังเป็นที่รู้จักในแวดวงนี้เป็นอย่างดี ว่าที่เจ้าสาวไว้ใจได้เลยว่าจะได้ชุดไทยที่สวยและเหมาะกับคุณอย่างแน่นอน

ตัดชุดแต่งงาน

Bubpha Wedding

ให้บริการชุดไทยสำหรับเจ้าสาว และงานประเภทต่าง ๆ ซึ่งชุดไทยของ Bubpha Wedding แบ่งเป็น 2 เนื้อผ้า ได้แก่ ผ้าโบราณแท้ และผ้าโบราณเทียม ซึ่งผ้าโบราณแท้ก็เช่น ผ้ายกย้อมสี และย้อมไล่สี มีทั้งแบบเนื้อนิ่มและเนื้อไหม ผ้ายกใหญ่ลำพูน ผ้ายกเล็กลำพูน ผ้ายกสุรินทร์ ผ้าไหมลูกแก้ว ส่วนผ้าโบราณเทียม เช่น ไหมผสม ผ้ายกอินเดีย ผ้ายกตุรกี เป็นต้น

สำหรับรูปแบบของชุดไทยประมาณ 80% จะเป็นชุดที่เย็บติดกัน มีทั้งแบบที่เย็บติดกับสไบแล้ว และแบบที่เลือกห่มสไบได้ ซึ่งจะมีสไบแบบต่าง ๆ ให้เลือกหลากหลาย ส่วนอีก 20% จะเป็นชุดไทยแบบแยกชิ้นไม่ติดกัน สามารถเลือกแบบและสีได้ตามต้องการ โดยชุดไทยทั้งสองแบบไม่มีความแตกต่างกันในเรื่องของแพทเทิร์นการตัดเย็บ แต่จะต่างกันที่วัสดุและเนื้อผ้าที่ทำให้ราคาของแต่ละชุดไม่เท่ากัน ที่สำคัญเจ้าสาวที่ใช้บริการชุดไทยของ Bubpha Wedding ยังสามารถยืมเครื่องประดับได้ฟรี ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับชุดไทยแบบครบเซ็ต ทั้งสร้อย ต่างหู เข็มขัด รวมไปถึงรองเท้าสำหรับเจ้าสาวด้วย

Pichitta Wedding House

พิจิตรา เวดดิ้ง เฮ้าส์ (Pichitta Wedding House) เจ้าสาวหลายคนคุ้นเคยกับห้องเสื้อแห่งนี้เป็นอย่างดี เพราะมีชุดแต่งงานให้เลือกมากมายหลากหลาย ตั้งแต่ชุดเจ้าสาวแบบสากล ชุดเจ้าสาวอิสลาม และที่ขาดไม่ได้ก็คือชุดไทยซึ่งพิจิตรา เวดดิ้ง เฮ้าส์พิถีพิถันในการออกแบบ ตัดเย็บอย่างประณีตบรรจง โดยให้มีลวดลายวิจิตรแสดงถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย

จุดเด่นของพิจิตรา เวดดิ้ง เฮ้าส์ก็คือ การมีชุดไทยให้เลือกหลากหลาย ทั้งสี ดีไซน์ และรูปแบบต่าง ๆ เหมาะสำหรับว่าที่เจ้าสาวที่ยังไม่มีแบบชุดไทยที่ต้องการอยู่ในใจ หรือยังตัดสินใจเลือกไม่ได้ สามารถมาใช้เวลาเลือกหาชุดไทยที่ต้องการได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับสำหรับชุดไทยให้เลือกอีกหลากหลาย ทั้งเข็มขัด สร้อยสังวาล กำไลแขน ฯลฯ ซึ่งจะมีทีมงานมืออาชีพคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการสวมใส่ชุดไทยและเครื่องประดับต่าง ๆ ด้วย

De bride club

De bride club ให้บริการชุดแต่งงาน ทั้งชุดไทย ชุดราตรี และชุดสูท De bride club เป็นห้องเสื้อที่คลุกคลีอยู่ในวงการมานาน ออกแบบและตัดเย็บชุดมาหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นชุดไทย หรือชุดเจ้าสาวตามสมัยนิยม หากเจ้าสาวคนไหนยังไม่มีแบบชุดในดวงใจ สามารถขอรับคำปรึกษาจากคุณแจ็คเพื่อให้ได้แบบชุดที่ต้องการและเหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

จุดเด่นของ De bride club คือความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด เห็นได้จากทุกชุดที่ออกแบบมาสำหรับเจ้าสาวแต่ละคนจะมีความแตกต่างที่เหมือนใคร เป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะเลียนแบบ เจ้าสาวที่เลือกชุดของ De bride club จึงมั่นได้ว่าจะได้ชุดแต่งงานในแบบของคุณ ให้โดดเด่นที่สุดในวันสำคัญนั้น

Cosily By Apirassak

Cosily By Apirassak (โคซิลี่ บาย อภิราษฎร์ศักดิ์)ห้องเสื้อที่ขึ้นชื่อเรื่องการคิดไอเดียใหม่ ๆ ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่งงานแบบสากล หรือแบบไทย Cosily By Apirassak พร้อมที่จะนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาแต่งแต้มให้ชุดแต่งงานกลายเป็นชุดที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของเจ้าสาวออกมาได้อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยไอเดียชั้นเลิศของดีไซเนอร์ผู้ที่ไม่ยอมนิ่ง ขยันหาเอาความแปลกใหม่มาแต่งเติมเสริมแต่งตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นชุดไทยประดับขนนก หรือดอกไม้ ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกลายเป็นชุดเจ้าสาวที่มีความร่วมสมัยและไม่เหมือนใคร

ที่สำคัญCosily By Apirassak คำนึงถึงการออกแบบ ตัดเย็บด้วยความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน เน้นความประณีตและใส่ใจในทุกดีเทล โดยเฉพาะรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างของประดับตกแต่งบนชุดเจ้าสาว ซึ่งต้องค่อย ๆ ทำทีละชิ้น เพื่อให้เป็นชุดที่งามพร้อมในแบบที่เจ้าสาวทุกคนต้องการ

VOWs

แบรนด์ชุดแต่งงานสำหรับเจ้าสาวที่มีเอกลักษณ์ในตัวเอง นอกจากชุดเจ้าสาวแบบสากลที่เป็นไฮไลท์แล้ว VOWs ยังให้ความสำคัญกับชุดไทยไม่แพ้กัน โดยเน้นที่รายละเอียดของชุด เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นชุดไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องงดงามแบบไทย ๆ มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน แสดงออกถึงความเป็นไทย ที่สำคัญยังเน้นเป็นพิเศษเรื่องความพิถีพิถันและประณีตบรรจงในการออกแบบและตัดเย็น ทำให้ทุกชุดจากVOWs สามารถดึงเสน่ห์และความเป็นตัวเองของเจ้าสาวออกมาได้อย่างชัดเจน

ที่สำคัญเมื่อมารับบริการจากVOWs มั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลอย่างดีจากทีมงานมืออาชีพที่พร้อมสำหรับบ่าวสาวทุกคน ตั้งแต่การให้คำแนะนำ ปรึกษา ไปจนถึงการเลือกชุดแบบต่าง ๆ ที่เหมาะกับรูปร่างของเจ้าสาว เรียกว่าเหมือนมีเพื่อนข้างกายคอยดูแลอย่างใกล้ชิดเลยทีเดียว

Myriad Grand Monde

เมอเรียด แกรนด์ มอนด์ (Myriad Grand Monde) ห้องเสื้อแบรนด์ไทยโดยดีไซเนอร์ไทย 100% ที่เนรมิต ตัดชุดแต่งงาน ให้กับเจ้าสาวมาแล้วมากมาย ทั้งการออกแบบตัดเย็บชุดให้กับดารา นักแสดง นางงาม และเซเลบริตี้ชื่อดังของเมืองไทยเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จของMyriad Grand Monde ได้เป็นอย่างดี และที่โดดเด่นไม่แพ้กันก็คือการออกแบบชุดไทยที่มีทั้งความงามแบบไทย ความละเอียดลออในการประดิษฐ์ประดอยรายละเอียดและลูกเล่นต่าง ๆ ทำให้ชุดไทยจาก Myriad Grand Monde เป็นที่กล่าวขานจากเจ้าสาวมาโดยตลอด

ทีม  Myriad Grand Monde เชื่อเสมอว่าชุดที่สวยงามคือชุดที่เหมาะกับรูปร่างของเจ้าสาวแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องทำตามเทรนด์หรือแฟชั่นใด ๆ แค่สวยในแบบของคุณก็เพียงพอแล้ว ดังนั้นการทำงานจึงเริ่มจากจุดนี้ คือการทำให้เจ้าสาวมั่นใจในความเป็นตัวเอง มั่นใจในชุดที่สวมใส่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของ Myriad Grand Monde ที่จะเนรมิตชุดให้ออกมาให้ได้อย่างที่ต้องการ

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

READ MORE

เลือก ชุดไทยแต่งงาน ยังไง ให้เหมาะกับรูปร่าง ของเจ้าสาวมือใหม่

หากคุณกำลังมองหารูปแบบของ ชุดไทยแต่งงาน ที่โดดเด่น ว่ามีแบบไหน? ทรงไหนบ้าง? ที่จะสามารถนำมาสวมใส่ให้สวยได้เหมาะสมกับที่เป็นสาวไทยเมืองสยาม ก่อนอื่นขอบอกว่าการเลือกทรงชุดนั้น ต้องคำนึงก่อนว่าคุณเป็นหญิงสาวรูปร่างแบบไหน

หากคุณเป็นเจ้าสาวหุ่นดี ก็สามารถสวมใส่ ชุดไทยแต่งงาน ได้แทบทุกประเภทเลยค่ะ แล้วถ้าเป็นสาวอวบล่ะ? จะเลือกใส่แบบไหนเพื่อช่วยพรางหุ่นดีนะ? เราจะมาแนะนำว่าใส่ชุดไทยแบบไหน ที่จะทำให้คุณดูมีทรวดทรงยิ่งขึ้น เพื่อเป็นไอเดียในการเลือชุดไปสวมใส่ในพิธีแต่งงานตามอย่างประเพณีไทยกันค่ะ

ชุดไทยแต่งงาน

ชุดไทยจักรี

ชุดไทยจักรีเป็นชุดไทยพระราชนิยม ท่อนบนประกอบด้วยเกาะอก ที่ใช้ผ้าผืนเดียวห่มช่วงตัวแล้วพาดเป็นสไบเฉียงปิดไหล่ด้านซ้าย ให้ชายของสไบพาดมาด้านหน้าความยาวประมาณช่วงเอว ด้านหลังทิ้งชายเอวตามความเหมาะสมของสไบ ส่วนท่อนล่างนั้น เป็นผ้าซิ่นสวมทับชายเสื้อ มีจีบยกด้านหน้า ชายพกคาดเข็มขัด ความยาวของผ้าซิ่นให้พอดีกับข้อเท้า สมัยนี้ก็สามารถนำมาประยุกต์ให้ดูสวยทันสมัยขึ้นได้อีกหลายแบบ เช่น ออกแบบให้เป็นเสื้อไหล่เดี่ยวแล้วห่มสไบแบบผ้าจับจีบ หรือผ้าลูกไม้เป็นชายยาว รวมถึงชายพกจากเดิมที่ยาวเท่ากันก็จะดีไซน์เป็นแบบจับจีบหรือไม่ก็ได้ เป็นทรงชุดไทยที่ต้องยอมรับเลยว่าเป็นมาตรฐานที่สวมใส่แล้วจะดูเรียบร้อยอ่อนหวานแบบกุลสตรีงามอย่างไทย

สำหรับสาวอวบใส่อย่างไรให้ดูดี?

– ชุดไทยจักรีเหมาะสำหรับผู้ที่มีต้นแขนใหญ่ ใช้สไบจีบเล็กจะช่วยพรางให้ช่วงไหล่ดูเล็กลง

– หลีกเลี่ยงสไบที่มีลายดอกใหญ่ หากเป็นแบบชุดไทยประยุกต์ที่แต่งด้วยผ้าลูกไม้ ปักฉลุด้วยเลื่อมหรือลูกปัด ควรเลือกลวดลายดอกเล็กๆ

– ส่วนผ้าซิ่น สำหรับสาวอวบควรจะเลือกซิ่นสำเร็จหรือมีชายพกขนาดไม่ใหญ่มาก และลายผ้าซิ่นควรจะใช้ลายดอกเล็กๆ เช่นเดียวกัน

– เครื่องประดับครบชุด อันได้แก่ สร้อยคอ สร้อยสังวาล สร้อยข้อมือ ต่างหู รัดแขน และเข็มขัด

– การเลือกเครื่องประดับ ควรหาเครื่องประดับชิ้นบางไม่หนา เพราะไม่อย่างนั้นจะยิ่งเสริมขนาดของต้นแขน ข้อมือให้ดูใหญ่ขึ้น หรือจะหาชุดที่มีเข็มขัดเส้นเล็กมาคาดช่วงเอวต่ำ หรือบริเวณสะโพก เพื่อช่วยหลบพุงและหน้าท้องได้

– ควรเลือกสีชุดไทยที่มีสีโทนเข้ม หรือนุ่งผ้าซิ่นสลับโทนสีตัดกับสไบสีอ่อน จะทำให้ทรวดทรงดูเพรียวขึ้น

 

ชุดไทยจักรพรรดิ

เป็นชุดของสตรีผู้สูงศักดิ์ในสมัยโบราณ ลักษณะของชุดห่มสไบคล้ายกับชุดไทยจักรีแต่มีพิธีรีตองมากกว่า ท่อนบนมีสไบ 2 ชั้น ชั้นล่างห่มสไบแพรทึบให้สีตัดกับผ้าซิ่น และชั้นบนคลุมทับด้วยสไบจับจีบ ซึ่งนิยมปักดิ้นทองลวดลายนุ่งกับผ้าซิ่นยาวจรดเท้า จับจีบด้านหน้าและมีชายพก เหมาะกับงานพิธีการเพื่อให้ได้ลุคที่สวยสง่า

สำหรับสาวอวบใส่อย่างไรให้ดูดี?

– สาวอวบต้องใช้สไบหน้าแคบ เพื่อไม่ให้ดูหนาเทอะทะ

– เลือกสไบเป็นแบบผ้าโปร่ง และเลี่ยงสไบที่มีลายดอกใหญ่

– สำหรับผ้าซิ่น ควรดึงเอวลงมาต่ำๆ และชายพกไม่ใหญ่มาก ทำให้เอวดูมีเส้นโค้งและดูมีทรวดทรงองค์เอวมากขึ้น

– ควรกะความยาวของสไบให้พอดี ไม่แนะนำให้ผ้าสไบยาวเกินจนมาคลุมเอว เพราะจะทำให้เห็นเส้นเอวไม่ชัด

– ควรเลือกสไบสีอ่อนกว่าผ้านุ่ง และเลือกว่าชิ้นไหนอยากจะให้มีลาย อีกชิ้นควรที่จะเป็นสีพื้นเรียบ หรือมีลายน้อยกว่าชิ้นหลัก

– เครื่องประดับที่นิยม สร้อยคอ สร้อยสังวาล สร้อยข้อมือ เข็มขัด รัดเกล้า และต่างหู แต่ไม่ควรใส่เครื่องประดับเยอะเกินไป

– การคาดเข็มขัด หากคุณเป็นสาวอวบก็ต้องเลือกเข็มขัดเส้นเล็กรวมถึงการใช้เครื่องประดับต่างๆ ก็ใช้หลักการเดียวกัน

เทคนิคอื่นๆ

ทรงผมมีส่วนสำคัญ ที่จะช่วยให้ใบหน้าของคุณแลดูเล็กลงและยาวเรียวขึ้นได้

ไม่แนะนำให้ปล่อยผมยาวสยาย เพราะจะดูพองฟูเข้าไปใหญ่

ควรทำผมรวบต่ำหรือรวบไว้ช่วงกลางศรีษะจะสวยงามเหมาะกับสาวใบหน้ากลม

หากคุณเป็นเจ้าสาวมีแก้ม อาจปล่อยปอยผมลงมาข้างแก้มเล็กน้อย ก็ดูสวยหวานชวนมอง

เลือกสวมรองเท้าส้นสูง เพื่อให้ดูสูงและหุ่นเพรียวยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ ความสวยของชุดอยู่ที่ความมั่นใจของคุณเอง ลองไปปรึกษากับร้าน เช่าชุดแต่งงานบ่าวสาว เพื่อขอคำแนะนำดีๆ ในการเลือกชุดและลองใส่แต่ละชุดดู ว่าเราเหมาะกับแบบไหนที่สุดค่ะ

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

 

 

READ MORE

10 วิธีเลือก ชุดแต่งงานสำหรับคนท้อง ให้สวยดั่งใจ น้ำหนักเท่าไหร่ก็ไม่กลัว!

คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่า ในวันแต่งงานคือ วันสำคัญอีกวันหนึ่งสำหรับคุณผู้หญิง ดังนั้น ผู้หญิงส่วนใหญ่จึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองดูดี แต่วันนี้เราเอาใจผู้หญิงอ้วนกับ วิธีเลือก ชุดแต่งงานสำหรับคนท้อง ให้สวยดั่งใจและจะได้ลืมเรื่องน้ำหนักตัวกันไปเลยค่ะ

สูตรสำเร็จ วิธีเลือก ชุดแต่งงานสำหรับคนท้อง

ชุดแต่งงานสำหรับคนท้อง

วิธีที่ 1

ชุดแต่งงานขาวสว่างเกินไป จะทำให้รูปร่างของคุณสาว ๆ อวบอั๋น เนี่ยดู อวบอั๋น มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นคุณควรอำพรางด้วย ชุดแต่งงาน สีนวล สีครีม สีงาช้างเข้ม และสีโอลด์โรสแทนค่ะ เพราะสีเหล่านี้จะทำให้คุณ เจ้าสาว อวบอั๋น ดูผอมเพรียวขึ้นค่ะ

วิธีที่ 2

ชุดแต่งงานที่รัดรูปเกินไป รู้ไหมค่ะว่า ชุดแต่งงาน ที่รัดรูปจนเกินไปนอกจากจะทำให้อึดอัดทำอะไรก็ไม่สะดวกสบาย ไม่ว่าจะ กิน เดิน นั่ง แล้วยังทำให้รูปร่างของคุณดูเน้นสัดส่วนจนเกิดไปทำให้เห็นถึงความอวบอั๋นที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นเปลี่ยนด่วน!ค่ะ เลือก ชุดแต่งงาน ที่หลวมพอประมาณที่ทำให้เราไม่อึดอัดและไม่เน้นสัดส่วนเพื่อเป็นการพลางรูปร่างได้เป็นอย่างดีค่ะ นอกจาก คนท้องทีใส่ก็จะไม่อึดอัดแล้วยังดูสวยอีกต่างหากค่ะ

วิธีที่3

อยากให้ “คอดูระหง” นั้นห้ามเด็ดขาดค่ะกับ ชุดแต่งงาน ที่มีคอเสื้อแบบปิดหมดเพราะคอเสื้อแบบนี้จะทำให้เวลาที่คุณใส่ชุดแต่งงานแล้วดู ตัน ค่ะ ไม่สวยงามทำให้ดูอ้วนอีกต่างหาก ช่วงคอที่เหมาะกับคุณคือ คอคว้าน คอวี หรือเกาะอก เวลาที่คุณเปิดช่วงคอจะทำให้ คอดูระหง และสง่าด้วยค่ะประดับช่วงคอนิดหน่อยไม่ว่ากันค่ะ

วิธีที่ 4

ต้นแขนใหญ่ ไร้ปัญหา เมื่อคุณเลือก ชุดแต่งงาน แบบมีแขนเพราะจะช่วยให้อำพลางเรื่องต้นแขน หรือ จะเลือก ชุดแต่งงาน แบบที่มีผ้าคลุมผม ก็สามารถช่วยคุณในการอำพรางต้นแขนได้เช่นกันค่ะ

วิธีที่ 5

เรื่องกระโปรงที่ติดกับชุดเจ้าสาวควรเลือก กระโปรงทรงเอไลน์แคบ กระโปรงทรงปริ๊นเซส กระโปรงทรงตรง หรือกระโปรงแบบเป็นสุ่มเต็มตัว เพราะชุดกระโปรงทรงนี้จะช่วยในเรื่องของการอำพราง สะโพก ต้นขา และน่องขา ได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

วิธีที่ 6

เนื้อผ้าที่เหมาะกับสาวอวบอั๋นก็ต้อง เนื้อผ้าที่ทิ้งตัวแต่นุ๊ม..นุ่ม หรืออาจะเป็นเนื้อผ้าชีฟองเน้นความบางเบาก็ได้ค่ะ แต่ต้องไม่ใช้เนื้อผ้าแบบหนาหรือแบบมันวาว เพราะจะทำให้คุณดูเน้นสัดสัดส่วนจนแขกที่มาในงานแอบเห็นไขมันส่วนเกินได้ค่ะ

วิธีที่ 7

เพิ่มความหรูหราด้วยการปักลายแล้ว ชุดแต่งงาน ต้องมาจากผ้าสีเดียวกันทั้งหมด อย่าตกแต่งด้วยผ้าสีเด็ดขาดค่ะ หากตกแต่งด้วยลูกไม้ควรเป็นลูกไม้แบบเล็ก ๆ หากเป็นลูกไม้ใหญ่ ๆ จะทำให้คุณดูกลมไปด้วยค่ะเพราะให้ความรู้ถึงความกว้าง ที่สำคัญห้ามประดับชุดแต่งงานด้วยระบายฟู่ฟ่องหรือลูกไม้ย้อย ๆ เพราะมันจะดึงดูดสายตาช่วงนั้น ๆ ทำให้เห็นสัดส่วนที่คิดจะอำพรางชัดเจน แต่หากต้องการระบายฟู่ฟ่องหรือลูกไม้ย้อย ๆ ควรใช้บริเวณชายกระโปรงเพื่อเบนความสนใจจากจุดที่ไม่ต้องการให้ใครเห็นแล้วรูปร่างของคุณจะดูเพรียวขึ้นค่ะ

วิธีที่ 8

หากต้องการให้มีช่วงเอว ชุดแต่งงาน ควรมีช่วงต่อที่เป็นตัววีอาจทำเป็นลายปัก หรือใช้ที่คาดเข็มขัดเส้นเล็กบริเวณเอวหรือสะโพก เพื่ออำพรางหน้าท้องและพุงให้คุณดูมีช่วงเอวมากขึ้น

วิธีที่ 9

การเลือกรองเท้าของสาวอวบอั๋นนั้น ควรเลือกเป็นรองเท้าส้นสูงเพราะจะทำให้คุณดูสง่าและดูรูปร่างสูงโปร่งเพรียวสูงขึ้นค่ะ

วิธีที่ 10

ทรงผมและการแต่งหน้าสำหรับ เจ้าสาว หลายท่านคงจะไม่เป็นปัญหาเท่าไรเพราะคงจะมีช่างแต่งหน้ามืออาชีพจาก ร้านสตูดิโอถ่ายภาพ ชุดแต่งงานสวย มาแต่งหน้าทำผมให้อยู่แล้ว ช่างแต่งหน้าทำผมมืออาชีพส่วนใหญ่เขาจะดูเรื่องรูปหน้าและจุดบกพร่องบนใบหน้าและทรงผมให้คุณ เจ้าสาว อยู่แล้ว เลยไม่น่าเป็นที่กังวลมากนัก แต่ขอเสริมอีกนิดเรื่อง ทรงผมของสาวอวบอั๋นนั้นไม่ควรที่จะปล่อยผมให้ยาวสยายเพราะจะทำให้คอดูสั้นเพราะฉะนั้นควรจะเกล้าผมจะเหมาะมากกว่า

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

READ MORE