FOLLOW US
สาขาพาหุรัด 086-478-7849
สาขานวมินทร์ 092-6925566

Skip to Content

Category Archives: blog

ควรใช้เวลาแค่ไหน สำหรับการเตรียม ตัด ชุดแต่งงาน ของเรา

สำหรับงานแต่งงาน ที่ถือเป็นงานที่สำคัญที่สุดในชีวิตโดย ต้องมีหลายเรื่องที่ทำให้เกิดความกังวลในชีวิต ทั้งเรื่องสถานที่ การ์ดแต่งงาน อาหารรับแขก ฯลฯ แต่ที่สำคัญไม่แพ้สิ่งอื่น ๆ คือ ชุดแต่งงาน วันนี้เราเลยมาแนะนำว่ากว่าจะตัดชุดวิวาห์สักชุดต้องใช้เวลานานขนาดไหน ผ้าชนิดไหนที่ควรนำมาตัด แล้วสิ่งที่ต้องเตรียมเพื่อไปตัดชุดแต่งงานมีอะไรบ้าง

ถ้าหากว่าที่เจ้าสาวเลือกที่ตัด ชุดแต่งงาน ในแบบที่ชอบได้แล้ว ระยะเวลาที่เหมาะสมในการทำชุดก็ควรจะอยู่ที่ระยะเวลาประมาณ 3 เดือนขึ้นไปค่ะ เพราะขั้นตอนการตัดชุดใหม่เป็นอะไรที่ค่อนข้างพิถีพิถันและมีรายละเอียดมาก ตั้งแต่การออกแบบดีไซน์แบบ สรุปแบบที่ได้ นัด ร้านชุดเจ้าสาวในกรุงเทพ เพื่อวัดตัว ตัดผ้าลองก่อนตัดจริง ลองโครงชุดจริงก่อนปักวาดลวดลายงานปักลงมือปักงานจนสมบูรณ์แบบ และลองชุดที่เสร็จสมบูรณ์อีกครั้ง เพื่อแก้ไขงานก่อนซักรีด ซึ่งทุกขั้นตอนล้วนต้องอาศัยเวลา เป็นอย่างมาก

ชุดแต่งงาน

สำหรับขั้นตอนตัดชุดแต่งงานแบบนับถอยหลัง 12 เดือน ดังนี้…

11-12 เดือนก่อนแต่งงาน

ต้องเดินทางไปดูแบบเสื้อผ้าที่ต้องการจะตัด เพื่อใช้ในงานแต่งงาน

9-10 เดือนก่อนแต่งงาน

ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับชุดแต่งงานที่ต้องใช้ก่อนว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้าง เช่น เนื้อผ้า เครื่องประดับเป็นต้น อาจจะมีการเลือกลองชุดแต่งงานแบบสำเร็จเพื่อถ่ายรูปพรีเวดดิ้งก่อน จะได้รู้ว่าชุดแบบไหนเหมาะกับหุ่นของเรามากที่สุด

7-8 เดือนก่อนแต่งงาน

ช่วงนี้ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวต้องตัดสินใจเลือกแบบชุดแต่งงานให้ได้แล้ว เลือกเนื้อผ้า โทนสี และรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมาย รวมทั้งตกลงเรื่องงบประมาณด้วยนะคะ เดี๋ยวจะบานปลายที่หลังอีกค่ะ

6 เดือนก่อนแต่งงาน

ช่วงนี้อาจเป็นช่วงเริ่มต้นในการตัดเสื้อผ้า ซึ่งคาดว่าการตัดเย็บ รวมถึงการประดับตกแต่งชุด น่าจะไม่เกิน 3 – 4 เดือน อีกทั้งช่วงนี้อาจจะต้องเดินทางไปที่ร้านตัดชุดแต่งงานบ่อยขึ้น

5 เดือนก่อนแต่งงาน

ช่วงนี้ชุดแต่งงานของเราอาจจะยังตัดไม่เสร็จแต่เราก็รู้สีแบบลักษณะของชุดคร่าว ๆ แล้ว เราก็สามารถใช้เวลานี้เลือกแบบทรงผม โทนสีของการแต่งหน้าใช้เข้ากับชุดได้ค่ะ

4 เดือนก่อนแต่งงาน

ในระหว่างรอชุดแต่งงาน อีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้ คือ เพื่อนเจ้าสาวและเจ้าบ่าว ซึ่งปัจจุบันการให้เพื่อนเจ้าสาวใส่ชุดสีเดียวกัน แต่ตัดเย็บกันคนละแบบกำลังเป็นที่นิยมเลยค่ะ

3 เดือนก่อนแต่งงาน

ช่วงนี้เราควรรักษาหุ่น บำรุงผิวพรรณ ให้ตัวเองดูดีเสมอ

2 เดือนก่อนแต่งงาน

ชุดแต่งงานตัดเสร็จแล้วเราก็ควรเดินทางไปรับ ไปลองให้พอดี เพื่อจะได้แก้ไข จุดบกพร่องอันไหนได้บ้างค่ะ

1 เดือนก่อนแต่งงาน

ตอนนี้คงหลายคนคงเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว เหลือแค่เตรียมใจไม่ให้ตื่นเต้นจนเกินไป แล้วเดินเข้าประตูวิวาห์กันเลยค่ะ

สำหรับเนื้อผ้าที่ใช้งานการตัดชุดแต่งงาน คุณสมบัติของผ้าที่เหมาะกับการนำมาตัดเย็บชุดแต่งงานนั้น บางคนเข้าใจว่าควรเลือกผ้าเนื้อหนา เพื่อที่จะได้สามารถเก็บเนื้อและซ่อนจุดบกพร่องของรูปร่างได้ แต่จริง ๆ แล้วถ้าเรารู้ว่าผ้าแต่ละชนิดมีคุณสมบัติอย่างไรนั้น ก็สามารถเลือกมาใช้ได้อย่างเหมาะสมแล้วค่ะ

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

READ MORE

แนวทางการเลือก แหวนแต่งงาน เลือกอย่างไรให้โดนใจ

แหวนแต่งงาน  นั้นถือได้ว่าเป็นของสำคัญที่ต้องติดตัวคู่สามีภรรยากันไปตลอดชีวิต การเลือกแหวนแต่งงานสักวงเพื่อเป็นคำมั่นสัญญาในความรักและถือเป็นสัญลักษณ์ของความผูกพัน คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สำหรับใครหลายๆ คู่

นอกจาก วิธีเลือก ชุดแต่งงานคนอ้วน แล้ววันนี้ ลองมาดูแนวทาง และวิธีการเลือก แหวนแต่งงาน ที่อาจจะทำให้คุณตัดสินใจได้ว่า สำหรับคู่เราจะเลือก แหวนแต่งงานแบบไหนดี

แหวนแต่งงาน

แนวทางการเลือกแหวนแต่งงาน

1. สไตล์ของตัวเองโดยคำนึงถึงสไตล์การแต่งตัวที่คุณชอบ แหวนแต่งงานถือว่าเป็นเครื่องประดับชิ้นเดียวที่อยู่กับคุณไปตลอดชีวิต ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาว่าดีไซน์ของแหวนจะเข้ากันกับแนวทาง การแต่งตัวในชีวิตประจำวันของคุณหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปแหวนแต่งงานจะมีรูปแบบหลักๆอยู่แล้ว คุณอาจจะเลือกแบบที่คุณชอบจากดีไซน์เหล่านี้ก่อน แล้วค่อยให้ดีไซน์เนอร์ปรับเปลี่ยนให้ใหม่ในแบบของคุณเอง

2. แหวนเกลี้ยง หรือ แหวนปลอกมีดเป็นสัญลักษณ์ของแหวนแต่งงาน รูปทรงของแหวนที่เรียบง่าย แต่สวมใส่สบาย มีความหมายที่ซ่อนอยู่ ก็คือ ความรักที่เป็นอมตะ เพราะไม่มีจุดเริ่มต้นหรือสิ้นสุดนั่นเอง การทำแหวนเกลี้ยงจะต้องคำนึงถึงปริมาณทองที่ใช้ เพราะหากเนื้อทองยิ่งมาก แหวนก็จะอ่อนและเสียรูปทรงได้ง่าย

3. Trinity / Rolling Trio ดีไซน์ร่วมสมัยของวงแหวนเดียวที่ประกอบด้วยแหวน 3 วงซ้อนกัน ทำจากวัสดุทองคำ ทองขาว และทองชมพู หรือ Rose Gold

4. Milgrain band เป็นแหวนที่มีการดีไซน์ขอบข้าง สามารถเพิ่มลูกเล่นได้โดยใช้โลหะต่างชนิด ตัวแหวนอาจฝังเพชรก็ได้ หรือจะปล่อยให้เป็นเนื้อโลหะDiamond Eternity Band เมื่อก่อนคู่แต่งงานจะใช้แหวนนี้เป็นของขวัญในวันครบรอบแต่งงาน โดยจะรอจนกว่าจะมีงบประมาณมากพอที่จะฝังเพชรลงไปได้รอบตัวแหวนเกลี้ยงวงที่มอบให้กันในวันแต่งงาน ปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นการใช้แหวนดีไซน์นี้เป็นแหวนแต่งงานด้วยโลหะที่จะใช้ทำแหวน

5. ประดับอัญมณีในแหวนหรือไม่การเพิ่มเพชรหรืออัญมณีมีค่าลงไปในตัวเรือน นั่นหมายถึง คุณต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น และแน่นอนว่าจะทำให้แหวนแต่งงานดูสมบูรณ์แบบที่สุดหากแหวนของคู่แต่งงานเป็นไปใน ทิศทางเดียวกัน

6. ควรหาร้านทำแหวนที่คุณมั่นใจข้อนี้สำคัญที่สุด เพราะแหวนจะออกมาดีถูกใจคุณหรือไม่ ขึ้นกับการที่คุณเลือกหาร้านที่สามารถคุยได้อย่างสบายใจและให้คำแนะนำที่ เป็นประโยชน์กับคุณมากที่สุด

7. แหวนของคุณทั้งคู่เข้ากันหรือไม่ ปัจจุบันคู่แต่งงานนิยมเลือกดีไซน์ของแหวนให้คล้ายๆ กัน เช่น ทำจากวัสดุชนิดเดียวกัน ดีไซน์เหมือนกันแต่ต่างตรงที่ขนาดแหวน เป็นต้น สำหรับคู่แต่งงานที่มีรสนิยมคนละแนวอาจจะเลือกดีไซน์ในแบบที่แต่ละคนชอบ แต่ใช้วัสดุชนิดเดียวกันก็ได้

จะเห็นไดเว่าการเลือกแหวนแต่งงานนั้นไม่ใช่ แค่เลือกอย่างไรก็ได้ การเลือกหวานแต่งงานนั้นยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆอีกมากมาย  ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตหรืออื่นๆ เพราะแหวนนี้จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต

ถึงอย่างไรก็ตามแหวนหมั้นหรือแหวนแต่งงานดีไซน์ที่คุณเลือก จะต้องสร้างความมั่นใจให้กับคุณในยามสวมใส่ นั่นคือ ประเด็นสำคัญที่สุดในการเลือกแหวนแต่งงาน

สำหรับวันนี้ทางทีมงานแอดมินเว็บหวังบทความนี้จะมีประโยชน์กับทุกท่าน

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

READ MORE

แหวนแต่งงาน เลือกแบบไหน ที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็สวยตรึงใจบ่าวสาวอยู่เสมอ

แหวนแต่งงาน นั้นจัดเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับหนึ่ง ของคู่รักคู่แต่งงานเลยนะคะ เพราะนอกจากจะตัวแทนแสดงถึงความเป็นเจ้าของที่ทั้งคู่มีต่อกันแล้ว ยังถือเป็นตัวแทนการแสดงออกถึงความรักอันเป็นนิรันดร์

ที่คนสองคนมีให้ซึ่งกันและกันอีกด้วย ที่สำคัญ แหวนแต่งงาน นี้แหละคือเป็นสิ่งเตือนใจชิ้นสำคัญที่ไม่ว่าจะเหลือบตามามองเมื่อไหร่ ก็จะต้องเป็นอันบอกเล่าเรื่องราวความผูกพันคอยเตือนใจความรัก ของคนสองอยู่เสมอ

แหวนแต่งงาน

ฟังมาซะเคลิ้มขนาดนี้ก็น่าจะต้องรู้กันแล้วนะคะ ว่าก่อนที่จะแต่งงานเนี่ย เราควรจะให้ความสำคัญ กับการเลือกสรรหาแหวนเเพื่อมาสวมใส่เป็นสัญลักษณ์คล้องใจขนาดไหน

แน่นอนว่าเมื่อมีความหมายและคุณค่าทางจิตใจ ที่ลึกซึ้งการตัดสินใจเลือกแต่ละครั้ง ก็ควรสรรหาที่ถูกใจ และพิถีพิถันเป็นพิเศษหน่อย เพราะถ้าเลือกสัญลักษณ์แห่งความรักของคุณได้ถูกใจแล้ว คุณก็คงจะสวมใส่บนนิ้วนางข้างซ้ายอย่างภูมิใจไปตลอดชีวิตแน่ๆ

ดีไซน์แหวนที่มีลักษณะโดดเด่น และสวยงามอย่างเจิดจรัส เพื่อมาช่วยเป็นแนวทางในการเลือกแหวนของคุณๆทั้งหลาย รับประกันเลย ว่ารูปแบบมากมายนี้จะช่วยให้ว่าที่บ่าว-สาวได้บรรเจิดไอเดียเลือกแหวนที่ใช่ขึ้นอีกเป็นกอง

แหวนเม็ดเดี่ยว

หรือที่หลายๆคนเรียกว่า แหวนเพชรเม็ดชู ซึ่งรูปแบบแหวนจะมีลักษณะเรียบง่ายแต่แฝงความโมเดิร์นคลาสสิก โดยจะมีเพชรเพียงหนึ่งเม็ดชูที่ตรงกลางวงเท่านั้น จัดว่าเป็นดีไซน์แหวนยอดนิยมที่บรรดาเจ้าบ่าว เค้าเลือกใช้ในการสวมนิ้วนางเจ้าสาวกันอย่างคับคั่งเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะเป็นทรงแหวนที่มีดีไซน์เลอค่า

เหมาะกับผู้เป็นเจ้าสาวมากๆ แล้ว ความที่เป็นเพชรเม็ดเดียวนั้นยังเป็นการสื่อความหมายถึงการมีรักเดียวใจเดียว เจ้าบ่าวมีให้ต่อเจ้าสาวอีกด้วย

มาเอาใจคู่รักสายอินดี้ด้วยไอเดียแหวนหมั้นดีไซต์สุดเก๋กันบ้าง แต่ก่อนอื่น ขอพามาทำความรู้จักกับแหวนหมั้นกันก่อน ก่อนตัดสินใจว่าจะเลือกแหวานแทนใจแบบไหนดี เพราะแหวนหนึ่งวง อาจเป็นได้ทั้งแหวนหมั้นและแหวนแต่งงานในวงๆ เดียวกัน

โดยปกติคนโสดทั่วไป (ที่เขายังไม่แต่งงานอ่ะนะ) เวลาที่เห็นคนถูกใจสวมแหวนนิ้วนางข้างซ้ายก็จะเชื่อไปว่าเขาแต่งงานแล้ว ซึ่งจริงๆ แล้ว  การสวมแหวนเพชรที่นิ้วนางข้างซ้ายต่างกันตรงที่ฝ่ายชายจะเป็นแหวนแต่งงานแน่นอน ไม่มีแหวนหมั้น นอกเสียจากว่านั้นไม่ใช่แหวนแต่งงานแต่เป็นแหวนแกล้งแต่งงานที่เขาใส่เอาไว้กันสาวๆ

ส่วนหญิงสาวที่สวมแหวนเพชรไว้ที่นิ้วนางข้างซ้าย อาจเป็นได้ทั้ง “แหวนหมั้น” (Engagement ring) และแหวนแต่งงาน(Wedding band) ซึ่งจะแตกต่างก็อยู่ที่ลักษะและดีไซต์เท่านั้น ตรงที่แหวนหมั้นจะมีเพชรชูอยู่กลางแหวน 1 เม็ด ส่วนแหวนแต่งงานจะมีดีไซต์ที่เรียบง่ายกว่า เพื่อให้สามารถสวมใส่ได้ในทุกๆ วันนั้นเอง

แหวนแต่งงานและแหวนหมั้น ไทยกับฝรั่งต่างกันอย่างไร

โดย ธรรมเนียมการแต่งงานของฝรั่งเขาจะมีแหวน 2 วงคือ “แหวานหมั้น” ที่เห็นเขาคุกเข่าขอ แล้วฝ่ายสาว Say yes นั้นแหละ และจะมีแหวนแต่งงานอีกวง ซึ่งจะมอบให้แก่กันและกันในพิธีแต่งงาน ขณะที่ประเพณีแต่งงานแบบไทยแท้ๆ ของบ้านเรานั้นจะมีแค่แหวนหมั้นที่จะถูกมอบให้ฝ่ายสาวเป็นของหมั้นหมายก่อนงานเท่านั้น

ส่วนในวันแต่งงานก็จะมีแค่พิธีการต่างๆ แหวนหมั้นและแหวนแต่งงานจึงเป็นแหวนวงเดียวกัน แต่ทั้งนี้ก็ไม่เสมอไป เพราะการแต่งงานของหนุ่มสาวเดี๋ยวนี้ก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ไม่ได้ยึดติดมากเหมือนสมัยก่อน

รู้แล้วใช้ไหมค่ะว่าแหวนหมั้นกับแหวนแต่งงานแตกต่างกันอย่างไร ทีนี้ก็เหลือแค่หาอินสไปเรชันที่ตนเองชอบ แล้วมาเลือกแหวนแต่งงานให้เหมาะสมกับคู่ของคุณได้เลย

ทางเราหวังว่า บทความนี้จะมีประโยชน์กับบ่าวสาวมือใหม่ทุกท่าน ส่วนใครที่กำลังมองหา เช่าชุดแต่งงาน อยู่นั้นสามารถติดต่อได้ที่หน้าเว็บของเราได้เลย

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

READ MORE

ทำความรู้จัก  เนื้อผ้ายอดนิยมสำหรับตัดชุดแต่งงาน เพื่อให้สวยสมวันสำคัญของ เจ้าบ่าวเจ้าสาว

ว่าที่ เจ้าบ่าวเจ้าสาว ที่กำลังเลือกชุดเจ้าสาวเพื่อวันสำคัญของชีวิต นอกจากจะต้องดูแบบที่ชอบทรงที่ใช่แล้ว ชนิดผ้าและเนื้อผ้าที่จะมาใช่ตัดเย็บก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน

ชุดจ้าสาวบางสไตล์เหมาะกับผ้าบางประเภท รวมถึงเวลคลุมผมก็ใช้ผ้าชนิดต่างกันด้วย ในวันนี้เราจึงได้รวบรวมชนิดผ้าที่นิยมนำมาตัดชุดเจ้าสาวให้  เจ้าบ่าวเจ้าสาว อ่านกัน จะได้ตัดสินใจเลือกผ้าให้เหมาะกับชุดที่เลือก ใส่แล้วสบาย แถมยังสวยที่สุดในงานแต่งงาน

เจ้าบ่าวเจ้าสาว

ผ้าซาติน / ผ้าดัชเชสซาติน (Satin)

เป็นผ้าที่ช่างตัดเย็บหลายคนนิยมนำมาใช้ตัดชุดเจ้าสาว ซึ่งส่วนมากแล้วจะทำมาจากผ้าไหม 100 % เนื้อผ้ามีความนุ่มลื่น มันวาว (ไม่ค่อยเหมาะกับสาวร่างอวบ) ทิ้งตัวได้ดี ไม่แนบเนื้อ เหมาะสำหรับชุดเจ้าสาวหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะกับชุดที่มีการจับเดรปผ้าและชุดเจ้าสาวทรงบอลกาวน์ แต่ถ้าว่าที่เจ้าสาวคนไหนคิดจะจัดงานแต่งแบบเอ๊าต์ดอร์ในช่วงฤดูร้อน ขอให้เลี่ยงชุดแต่งงานที่ใช้ผ้าซาตินเพราะผ้าชนิดนี้ค่อนข้างหนาและหนัก ใส่แล้วจะไม่สบายตัว

ผ้าชาร์มัวส์ (Charmeuse)

เป็นผ้าไหมที่ผสมใยสังเคราะห์ลงไปด้วย เนื้อผ้าค่อนข้างเบา มันวาว เป็นประกายดูหรูหรา สัมผัสนุ่มลื่นคล้ายกับผ้าซาติน มักนิยมนำมาตัดชุดเจ้าสาวทรงชีท (Sheath) ที่ต้องโชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งของเรือนร่าง จึงไม่ค่อยเหมาะกับสาวเจ้าเนื้อ และเนื่องจากผ้าชนิดนี้เป็นรอยได้ง่าย เจ้าสาวจึงต้องระมัดระวังอย่าให้ชุดเจ้าสาวโดนข่วนหรือครูดกับสิ่งของรอบตัว

ผ้าชีฟอง (Chiffon)

เนื้อผ้ามีความโปร่งบาง น้ำหนักเบา มักใช้ตกแต่งเป็นผ้าระบายหรือคลุมทับด้านนอกของตัวกระโปรง เพื่อให้ชุดดูมีน้ำหนักและมีมิติ เหมาะกับเจ้าสาวที่จัดงานแต่งแบบเอ๊าต์ดอร์ในช่วงฤดูร้อน เพราะเนื้อผ้าโปร่ง ไม่แนบติดตัว ใส่แล้วสบายไม่อึดอัด แต่ต้องระวังไม่ให้เนื้อผ้าโดนขูดหรือโดนเกี่ยวเพราะจะทำให้ด้ายหลุดรุ่ยง่าย

ผ้าออร์แกนซ่า (Organza)

เนื้อผ้าเป็นผ้าไหมผสมกับไนลอนและโพลีเอสเทอร์ ทำให้ผ้ามีความบางเบา โปร่งใส่คล้ายกับผ้าชีฟอง แต่จะแข็งกว่าและไม่มันวาว นิยมใช้คลุมทับด้านนอกของกระโปรง ชายกระโปรง และใช้ทำเวลคลุมผม เหมาะกับเจ้าสาวที่ต้องการความหวานแต่ไม่อยากใช้ผ้าลูกไม้ และเช่นเดียวกันกับผ้าชีฟองที่ต้องระวังด้ายลุ่ยง่าย

ผ้าทูล (Tulle)

เนื้อผ้าเป็นลักษณะตาข่ายเนื้อนิ่ม โปร่งและเบา อากาศถ่ายเทได้สะดวก นิยมใช้คู่กับผ้าลูกไม้และผ้าชนิดอื่นๆ ใช้คลุมทับด้านนอกของกระโปรงให้ดูฟูฟ่อง โดยเฉพาะชุดเจ้าสาวทรงแกรนด์-เอไลน์ ปริ้นเซส บอลกาวน์ และใช้ทำเวลคลุมผม

ผ้าลูกไม้ (Lace)

นิยมใช้เพิ่มดีเทลให้กับชุดเจ้าสาวทุกรูปแบบ ใช้ตกแต่งรายละเอียดด้านนอกของชุด ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเนคไลน์ ตัวเสื้อ แขนเสื้อ กระโปรง รวมถึงเวลคลุมผม ให้ลุคที่ดูวินเทจ อ่อนหวาน และหรูหรา

ผ้าทาฟต้า (Taffeta)

เนื้อผ้าค่อนข้างบาง น้ำหนักเบา และมีความอยู่ตัวมากกว่าผ้าชนิดอื่นๆ เหมาะกับชุดเจ้าสาวทรงบอลกาวน์และทรงปริ๊นเซส ค่อนข้างยับง่าย ซึ่งถือเป็นกิมมิกที่เพิ่มความงามให้กับชุดเจ้าสาวเช่นกัน

ถึงแม้ว่าผ้าที่จะใช้ ตัดชุดแต่งงาน จะมีให้เลือกหลากหลายประเภท แต่ขอบอกไว้เลยว่าผ้าบางชนิดเหมาะกับชุดบางสไตล์เท่านั้น รวมถึงสภาพภูมิอากาศและสถานที่ในช่วงวันแต่งงานด้วย ถ้าอากาศร้อนและจัดแบบเอ๊าต์ดอร์รับสายลมแสงแดดก็ควรเลือกผ้าที่โปร่ง เบา ใส่แล้วสบาย แต่ถ้าจัดในโรงแรมหรูก็เลือกผ้าที่เหมาะกับรูปร่าง ใส่แล้วสวยไม่พังละกันนะสาวๆ

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

READ MORE

เคล็ดลับการเลือกใช้ผ้า เพื่อ แก้ปัญหารูปร่าง ของ เจ้าสาว ให้ดูดี

ในขั้นตอนแรกของการออกแบบ เจ้าสาว มักเทคะแนนความกังวลถึงแบบของชุดมากที่สุด เมื่อชุดถูกตัดเรียบร้อยแล้ว จะพบว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังจากนั้นคือ เรื่องของเนื้อผ้าที่เลือกใช้ จะได้ยินคำพูดว่า “ไม่น่าใช้ผ้าแบบนี้เลย หรือทำไมไม่เลือกผ้าแบบนั้น”

เพราะเกือบ 50 เปอร์เซนต์ที่แบบของชุดกับเนื้อผ้าไม่ไปด้วยกัน โดยเฉพาะชุดแต่งงานสำหรับ เจ้าสาว รูปร่างอวบหรือเจ้าเนื้อ ข้อจำกัดในการเลือกใช้ผ้าสำหรับออกแบบชุดแต่งงาน หรือ เช่าชุดแต่งงานบ่าวสาว ของเจ้าสาวเจ้าเนื้อมีค่อนข้างมาก และเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรู้ว่า ผ้าชนิดไหนใส่แล้วช่วยพรางจุดด้อยของรูปร่างได้ดี ผ้าชนิดไหนที่ดูสวยแต่ห้ามใช้

เจ้าสาว

ทำความรู้จักผ้า

คงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า เจ้าสาวเจ้าเนื้อต้องใช้ผ้าเนื้อหนาตัดชุดแต่งงาน เพื่อให้ความหนาของผ้าเป็นตัวซ่อนจุดบกพร่องของรูปร่าง และเก็บเนื้อได้ดี แต่ผ้าเนื้อหนานั้น  ก็ใช่ว่าจะใช้ได้ดีเหมือนกันทุกชนิด เพราะแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน และมีทั้งผ้าเนื้อหนาที่ใช้ได้ และใช้ไม่ได้เลย

ผ้าเนื้อหนาที่ไม่ควรใช้

ผ้าไหมอิตาลีที่มีความหนา 270 เส้นขึ้นไป ถ้านึกไม่ออกว่าผ้าไหมอิตาลีที่ว่าหนาแค่ไหน ให้นึกถึงผ้าวูลที่ใช้สำหรับตัดสูทผู้ชาย เพราะเป็นเนื้อผ้าที่มีความหนาใกล้เคียงกัน

ผ้าไหมไทย ที่ทอด้วยมือตั้งแต่ 2 เส้นขึ้นไป ผ้าไหมไทยที่ทอด้วยมือจะเป็นไหมล้วนๆ ทำให้เนื้อผ้ามีความแข็งมาก และมีความเงาสูง คุณสมบัติทั้งแข็งและเงาเป็นข้อห้ามสำหรับเจ้าสาวเจ้าเนื้อเพราะความแข็งทำให้ดูตัวหนา ความเงาจะเน้นรูปร่างที่ใหญ่อยู่แล้วให้แลดูชัดเจนขึ้นอย่างที่เรียกว่า “ขึ้นลำ”

ผ้าวูล ไม่มีเจ้าสาวคนไหนเลือกผ้าตัดสูทมาตัดชุดแต่งงานของตัวเอง ยกให้เป็นผ้าสำหรับตัดสูทให้เจ้าบ่าวดีกว่า

ผ้าเนื้อหนาที่ใส่แล้วสวย

ผ้าไหมไทย ที่ทอด้วยเครื่อง ความแตกต่างของผ้าไหมแบบทอมือกับทอเครื่องคือ ผ้าไหมที่ทอด้วยเครื่องจะมีส่วนผสมของเรยอน ทำให้เนื้อผ้ามีความนิ่มมากกว่า ไหมไทยที่ทอด้วยเครื่องที่เหมาะนำมาตัดเป็นชุดแต่งงานคือ ผ้าไหมจิมทอมสัน ผ้าไหมชินวัตร

วูลซิลค์ เป็นเนื้อผ้าที่ผสมกันระหว่างผ้าไหมกับผ้าวูล ก่อนอื่นต้องทำความรู้จักกับคุณสมบัติของผ้าแต่ละชนิดก่อน ผ้าวูลเป็นผ้าเนื้อหนา ผิวสัมผัสลื่นมือแต่ไม่นุ่ม มีน้ำหนัก ผ้าไหมเป็นผ้าเนื้อหนาแข็ง มีความเงา ไม่มีน้ำหนัก เมื่อนำใยผ้าทั้งสองมาผสมกันจะได้ผ้าเนื้อหนาที่มีความนิ่ม น้ำหนักกำลังดี และมีความมันเงาที่สวยคือไม่เล่นแสงมากจนเกินไป

แคชเมียร์วูลหรือแคชเมียร์ซาติน เนื้อผ้าแคชเมียร์มีความหนาใกล้เคียงกับผ้าวูลและผ้าไหม นุ่มกว่าแต่ไม่มีน้ำหนัก เมื่อนำมาผสมกับวูลหรือไหม จะมีน้ำหนักและนุ่มขึ้น เป็นชนิดของเนื้อผ้าที่ใช้ตัดชุดแต่งงานสำหรับเจ้าสาวเจ้าเนื้อได้สวยอีกชนิดหนึ่ง

ดัชเชสซิลค์ เนื้อผ้าดัชเชสเป็นผ้าตระกูลเดียวกับผ้าซาตินคือเป็นผ้าเนื้อหนาที่มีผิวสัมผัสนุ่มลื่นมือ เมื่อผสมกับไหม เกิดเป็นผ้าเนื้อหนาที่ขึ้นลายเส้น คือมีรายละเอียดของลายผ้าเกิดขึ้นเรียกว่าขิด มีข้อดีคือเมื่อตัดเย็บตามแนวยาวของลายผ้าจะทำให้รูปร่างเจ้าสาวดูโปร่งขึ้น ข้อดีอีกอย่างของดัชเชสซิลค์ก็คือ ไม่ค่อยย่น และให้ความกระชับสูง ทำให้ควบคุมเนื้อได้ดี

ดัชเชสซิลค์ เหมาะกับชุดที่มีเส้นคัตติ้งเยอะอย่างคอร์เซ็ท เพราะเป็นชุดที่มีการตัดเย็บเพื่อให้เข้ารูปมากที่สุด จึงมีการตัดต่อและมีเส้นต่อของผ้าเยอะ สิ่งแรกที่ต้องระวังคือ รอยย่นระหว่างผ้าแต่ละชิ้นเพราะเมื่อเกิดรอยย่นความกระชับก็จะลดลง

True or False

มีหลายคนบอกว่าใช้ผ้าไหมไทยตัดคอร์เซ็ทดีเพราะเนื้อผ้ามีความหนา สามารถโอบรัดเนื้อได้ดี แต่ความจริงคือไม่เหมาะเท่าที่ควร เพราะเมื่อมีคัตติ้งและเส้นตัดต่อมากขึ้น ผ้าไหมจะเกิดความเงามากขึ้น เรารู้สึกว่ารูปร่างกระชับก็จริงขึ้นแต่คนมองจะมองเห็นตัวเราหนาขึ้น

ผ้าไหมซาติน เนื้อผ้าซาตินอย่างเดียวดูเงาเกินไปสำหรับเจ้าสาวเจ้าเนื้อ แต่เมื่อนำไหมมาผสม เกิดเป็นเนื้อผ้าที่มีความนุ่มลื่นกว่าผ้าดัชเชสซิลค์ ข้อดีของผ้าไหมซาตินคือ เนื้อผ้าทิ้งตัวได้ดี ไม่แนบเนื้อ

ผ้าไหมสเปน เนื้อผ้าที่มีส่วนผสมระหว่างเส้นใยโพลีเยสเตอร์กับไหม ถ้านึกไม่ออกให้นึกถึงผ้าลินิน คุณสมบัติของลินินเป็นผ้าเนื้อโปร่ง เบา ไม่เงาและยับง่าย ไหมสเปนมีคุณสมบัติของเนื้อผ้าใกล้เคียงกันคือ เนื้อผ้าโปร่งเหมือนกัน แต่ด้วยส่วนผสมของผ้าไหมทำให้มีความเงานวล เนื้อเนียนและหรูกว่า ข้อดีคือมีความเบาบางก็จริงแต่ไม่พริ้วมากจนไม่เป็นรูป สามารถตัดเย็บเป็นชุดแต่งงานแบบเรียบหรูที่ไม่ต้องการรายละเอียดของชุดมากนัก เพราะเนื้อผ้ามีลายในตัวอยู่แล้ว

ผ้าไหมชานตุง เป็นเนื้อผ้าที่ผสมระหว่างผ้าเครปและผ้าไหมโดยใช้เทคนิกการทอให้ขึ้นฟูก อย่างผ้าไหมสี่เส้นของไทย เนื้อผ้าจึงไม่ขึ้นเงาแบบผ้าไหม เป็นผ้าที่สวยจบในตัวจึงเหมาะกับการตัดชุดแต่งงานแบบเรียบๆ ไม่ต้องการตกแต่งลูกไม้หรือปักอะไรเพิ่มเติม เน้นความเรียบโก้ ดูดี คัตติ้งไม่เยอะแต่ดูกี่ทีก็คลาสสิกตลอกกาล อย่างเช่นแบบชุดแต่งงานที่ออกแบบโดยวีร่าแวง

ผ้าไหมแก้วอิตาลี,ออร์แกนซ่า หรือ ซิลค์ออร์แกนซ่า ทั้งหมดเป็นผ้าที่มีความพริ้ว  เนื้อด้านสาก ไม่เงา ยกเว้นซิลค์ออร์แกนซ่าที่มีความเงามากกว่าเล็กน้อย ผ้าเหล่านี้เหมาะกับการทำ overlay คือใช้คลุมทับด้านนอก เหมาะกับเจ้าสาวที่ต้องการความหวานแต่ไม่อยากใช้ลูกไม้

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้านดีดี อย่าง TheTrainerThailand สำหรับข้อมูลดีดี ในครั้งนี้

READ MORE